พิธีปิดสาธิตสามัคคีครั้งที่ 30 : เตรียมสถานที่ล่วงหน้าวันพฤหัส เมื่อเด็กเกษตรบางเขนเยือนเกษตรกำแพงแสน [ย้อนหลัง]
posted on 22 Oct 2005 20:55 by kullatusto-san in KUS, SATITSAMAKEEเมื่อวันพุธ วาวบอกว่าแกเอ๊ยยย.. รถออกเจ็ดโมงกว่าๆ แต่ต้องมาหกโมง(เพราะรู้ว่าเราจะมาสายแหงๆ) เอาสัมภาระ เสื้อผ้า ชุดเชียร์ รองเท้า กางเกงพละมาด้วยนะ ถ้ามีพัดลมตั้งพื้นจิ๋วมาด้วยจะดีมาก
และแล้ววันพฤหัสก็มาถึง หกโมงครึ่ง(มาสายจริงๆ)มาถึงหน้าโรงเรียนโดยพร้อมเพรียงกัน ก่อนอื่นก็ต้องเอาcopicไปซ่อนไว้ในที่ลับเฉพาะ เพื่อให้ติ๊ดมาเอาไปสอบวิชาเฉพาะตอนประมาณแปดครึ่ง(กลัวหายมากๆ)ซะก่อน ไปเข้าห้องน้ำให้เรียบร้อย ห้องน้ำเนื่ยสงสัยว่าคงมาโรงเรียนเช้าเกินไป เปิดแค่ที่ตึกสามที่เดียวเอง เหม็นและสกปรกโสโครกกบเกลียดอาจม แต่ก็ต้องทนใช้อ่ะนะ(เดาว่าสภาพน่าจะดีกว่าที่กำแพงแสน)
ปัญหาอย่างเดียวคือเรื่องพัดลม ตงบอกว่าแกจะเอาพัดลมมาทำไม? ที่จริงแล้วเราโดนถางว่าจะเอาของอะไรมามากมาย ไม่มากหรอก แต่กระเป๋ามันใหญ่มหึมา แถมหนักโคตรๆ ข้างในมีเสื้อตัวนึง กางเกงขาสั้น1 ชุดจริง1(อันนี้หนักรองเท้า) ของใช้จุกจิกอย่างที่โกนหนวดไฟฟ้า รองเท้าแตะ ทำนองเนื้ย ได้ยินมาว่าถ้าอยากเล่นไพ่ไปหาเก็บเอาที่กำแพงแสนก็ได้ แต่พัดลม... ที่ๆเราไปพักมันเป็นห้องแอร์ จะเอาไปทำไมให้วุ่นวาย เราก็บอกว่าไม่รู้เหมือนกันว่ะ วาวให้เอามาไหนๆก็ไหนๆ เอาไปเลยละกัน อาจมีเหตุให้ใช้ก็ได้
รถที่ขนเราไปกำแพงแสนมีสองคัน คันนึงเป็นรถหรู แบบที่จะขนกองเชียร์ไปนั่นแหละ มีคันนึง คนที่จะไปด้วยก็เหล่ากรรมการกับสต๊าฟที่ว่าง อย่างเรา ใหม่ วาว เชื่อม ฝ้าย หวอ สายติ๊บ ชี่ ตง ป๊อบ แล้วก็หลีดอย่างปั้น บัว น้ำทอง หลิว ฝน มีอีกป่าวหว้า... เอาเป็นว่าเท้านี้ละกัน นั่งกระจุกด้านหลังรถ ส่วนหน้ารถเป็นอ.สองคน คือโอ่งกับอ.เบญฯ(เกื้อกูลเรียกว่าอ.เบญจวรรณ)ทั้งสองคนนี้มีหน้าที่คุมหลีดเป็นสำคัญ แต่ว่าตอนนี้ต้องคุมสต๊าฟด้วยตอนหลังอ.อำนาจพาคุณยาย(เกือบๆจะเป็นคุณทวดอยู่ร่มร่อ)มาด้วย ทราบว่าคุณยายจะไปหาหลานที่กำแพงแสน เค้าเป็นนักกีฬา แต่ไม่รู้จะไปไงเลยมาที่โรงเรียน เจออ.อำนาจมาเลยช่วยให้ขึ้นรถได้(จริงๆแล้วถ้าไม่มีชื่อว่ามาก็จะขึ้นรถไม่ได้เด็ดขาด!!)
รถอีกคันไม่ใช่รถขนส่งติดแอร์ แต่มันคือ"รถบุเรงนอง" รถขนของของทหาร ออกเงินลงขันจ้างกันเองเพื่อให้ช่วยขนของหนัก อย่างป้ายไม้ ค้อน ตะปู สี เครื่องมือเครื่องใช้ทั้งหลาย รถคันนี้นอกจากจะเป็นคนขับของทหารแล้ว ยังมีบิ๊กกับตงนั่งตรงที่เก็บของไปด้วย(ตบมือให้กับความเสียสละ)
ตอนเดินทาง เราเลือกนั่งเดี่ยวห่างไกลคนอื่นๆ จะแอบหลับ แต่ที่เหลือก็ประสบความสำเร็จในความพยายามจะไม่ให้เราหลับ ขอบคุณนะ นอกจากจะหลับไม่ลงแล้ว ยังคอแห้งเป็นผงเพราะมันเอาคุ๊กกี้ช็อคชิพมาให้กิน อร่อยเป็นบ้า!!! แต่คอแห้งชิบหายเลย น้ำก็ไม่มี ที่จริงมีเป๊บซี่ให้กินด้วย จุดประสงค์เพราะจะเอาขวดลิตร แต่กินจนไม่ไหวแล้ววววว ไม่กินดีกว่า
ตัดตอนไปถึงกำแพงแสนละกันนะ รถเราไปจอดตรงสระน้ำพระพิรุณ ไม่รู้เค้าเรียว่าอะไรแต่หน้าตาสระก็คล้ายๆกับวงเวียนตรงหน้าหอสมุดมหาลัยนั่นแหละ แต่ขนาดใหญ่กว่ามาก ตอนนั้นเรายังงงเลยว่ามาจอดอะไรตรงนี้ มันอยู่ห่างจากแสตนด์ไปประมาณ....กิโลนึงมั้ง(มหาลัยเกษตรกำแพงแสนกว้างมากกกกกก...) คนขับบอกว่ามาถึงกำแพงแสนแล้วล่ะ แต่ไม่รู้ว่าเราจะไปไหน
สุดท้ายตกลงกันว่าพวกที่ไปรถบุเรงนอง จะไปติดตั้งป้ายไม้ที่แสตนด์เลย ส่วนเราคือพวกที่เหลือจะไปที่พัก เอาของไปเก็บก่อน ว่าแล้วรถเราก็ออกเดินทางไปอีกครั้ง สู่ที่พัก
อยู่ๆ รถก็วิ่งออกนอกมหาลัยไปเลย ตกใจกันใหญ่ อ.บอกว่าที่พักเราอยู่นอกมหาลัยล่ะค่ะ เป็นอนุบาล แต่ไหงรถวิ่งออกไปโคตรไกลเลย สามกิโลมั้ง ถ้าจำไม่ผิด จนถึงหน้าซอยเค้าก็บอกว่า ถึงที่พักแล้ว
ภาพที่เห็นก็คือ โรงเรียนขนาดกลางเกือบเล็ก ที่รู้ว่าเป็นโรงเรียนเพราะมันมีเสาธง อาคารที่เห็น ไม่รู้ว่ามีผีสิงรึเปล่าเป็นอาคารไม้เก่าๆ ผุๆ บ่งบอกให้รู้ว่าผ่านมาหลายชั่วอายุคนแล้ว สีดำแบบเป็นคราบ สภาพเหมือนเคยถูกไฟไหม้มาก่อน สยองมากๆ
แต่อนุบาลจริงๆอยู่หลังจากนั้นไปอีก หลอกให้ตกใจ อนุบาลเราชื่อว่า "อนุบาลวัยสะอาด" ห้องพักติดแอร์(ดีมาก) นั่นหมายความว่าพัดลมเราจะไร้ความหมาย แต่ก็เกิดปัญหาขึ้นมาอีก เพราะว่าเราเป็นสต๊าฟ ไม่ใช่นักกีฬา ฉะนั้นถ้าเราจะไปแสตนด์ ก็ต้องเดินเท่านั้น รอบๆที่พัก นอกจากโรงเรียนโทรมๆหลังนั้นแล้ว เป็นพื้นที่ชุ่มน้ำกว่างไกล ถ้าเราจะลองทำจรวดขวดน้ำ มนคงตกลงไปในทุ่งรกเรื้อที่ไม่มีใครอาสาจะไปเก็บให้ แถมยังอยู่ห่างไกลความเจริญ เดินทางลำบากแสนสาหัส เราตกลงกันว่า... จะขอย้ายที่พัก
อ.เบญจพรติดต่ออ.สาธิตให้ สรุปว่าหอพักนักีฬาว่างแล้วเพราะวันนี้นักกีฬาจะกลับกันเกือบหมด เหลืออยู่นิดหน่อย มีห้องว่างพอให้อยู่ได้ ที่พิเศษกว่านั้นคือ เราเป็นสต๊าฟ ไม่ใช่นักกีฬา(อย่าลืม) ดังนั้นจะนอนกันกี่โมงก็ได้ ไม่นอนยังได้ และไม่แยกชาย - หญิง ผู้หญิงกับผู้ชายจึงต้องพักรวมๆกัน(ว้าว!!!)
ข้อเสียคือ ที่พักไม่มีแอร์ อันที่จริงแล้วหอพักไม่มีอะไรเลยนอกจากเตียงกับประตูหน้าต่าง อ้อ! มีหลอดไฟด้วยเราจึงดูว่าห้องไหนมีพัดลมอยู่แล้วบ้าง ห้องที่ยังไม่มีพัดลมก็จะเฉลี่ยๆพัดลมที่เราเอามา(เอามาสามอัน) ไปเติมให้เต็ม คนนอนก็...บางห้องหญิงล้วน บางห้องชายล้วน บางห้องก็ชายผสมหญิง(โอ้ววว...)
ตอนที่เราไปที่พัก เค้าให้เอากระเป๋ากองไว้หน้าหอก่อน กว่านักกีฬาจะกลับก็บ่ายสามบ่านสี่โน่นน... ก่อนจะไปแสตนด์ หลีดก็เอาชุดมาให้ดู เป็นชุดที่จืดมากๆ ไม่มีอะไรเลย มีแต่ชุดนอก ชุดใน กางเกง รองเท้า แค่นั้นแหละ วาริณียืนยันว่าชุดเราไม่มีอะไรเล้ยยย ก็จริง
จากการสอบถามเหล่านักกีฬา เค้ามีบริการเช่าจักรยานให้ด้วย ราคาชม.ละ10บาท(แพงโคตรรรรรร...) แถมโรงเรียนเรายังห้ามเช่า แต่เดาว่าเค้าคงห้ามนักกีฬาเช่ามากกว่า เพราะว่ามีรถรับส่งให้อยู่แล้วจะเช่าอะไรให้วุ่นวาย แต่เราเป็นสต๊าฟที่ต้องเดิน มันต้องเช่าได้สิ ที่เช่าอยู่ตรงโรงอาหาร มีเซเว่น ร้านหนังสือ ร้านซีร๊อก ร้านชำ ร้ายเน็ต เพียบพร้อมสะดวกสบาย
เดินไปที่ให้เช่าเพื่อจะได้รู้ว่า จักรยานหมดค่ะ
สุดท้ายก็ต้องจำใจเดินสองกิโลกว่าๆ เพื่อไปยังแสตนด์ ใช้เวลาเดินตั้งครึ่งชัวโมงแน่ะ ตอนที่เดินไปครั้งแรก แก้วอาสาพาไป เพราะว่าแก้วมาแข่งปิงปองที่นี่วันไหนก็ไม่รู้ จะบอกก่อนว่าสถานที่แข่งปิงปองมันเป็น... เหมือนกับศร.อ่ะ เค้าก็เอาโต๊ะปิงปองมาตั้งกลายเป็นที่แข่งแล้ว ดีใจมากที่ได้แข่งปิงปองในห้องติดแอร์
ทางที่แก้วพาไปบรรยากาศโรแมนติกมาก เป็นถนนที่เกาะกลางเป็นคูน้ำสวย มีกอบัวเป็นระยะๆ ไหล่ทางปลูกต้นไม้สูงให้ร่มเงา ที่สำคัญเป็นทางสำหรับจักรยายและเดินเท่านั้น รถห้ามผ่าน(ถึงผ่านก็ผ่านไม่ได้ -- มันเล็กเกิน) อา... อากาศเย็นสบาย
จนกระทั่งออกจากถนนเส้นนั้น ถึงรู้ว่ามาทางผิด!!!! โคตรอ้อมเลย เดินขาลาก เหนื่อยสุดๆ ไปถึงแสตนด์จนได้ พบว่าเหล่าอ.มาช่วยติดป้ายไม้ให้เสร็จแล้ว เราไม่ต้องทำไรเลย แค่ช่วยทาสีป้ายอีกนิดๆหน่อยๆ ตอนขนมาสีมันถลอกออก เป็นรอยขาวๆ บ้างก็เป็นรอยตีน ไหนๆสีเหลือเยอะแยะก็ทาซะหน่อยละกัน ดีกว่าทิ้งไว้แข็งเสียดายเปล่าๆ
เดินออกไปดูด้านตรงข้ามแสตนด์ ไม่เห็นไรเลยอ่ะ แบบว่าป้ายเราอับแสงสุดๆ มองไม่เห็นเลย ไอ้เกล็ดที่ติดไว้ไม่โดนแสง ก็เลยไม่เห็น เศ้ราค่ะ เลยเกิดความคิดว่าจะเอาไฟฉายมาส่อง แต่ต้องเก็บเรื่องนี้ไว้ก่อน
ตอนเที่ยง เรายกขโยงไปกินข้าวเที่ยงที่"ปาสำราญ แคนตั๊กกี้" ชื่อฝรั่งแต่ขายอาหารอีสาน ต้มแซ่บ น้ำตก ส้มตำอร่อยเด็ด เสียอย่างเดียวได้อาหารช้ามากๆ จุดประสงค์ของการมากินที่ร้าเพื่อจะประชุมว่าเราควรจะทำอะไรบ้าง สรุปได้ดังนี้
1.ชุดหลีด
ชุดหลีดจืดมากๆ แบบว่าเอาลงจริงอาจถูกคนดูแตงตัวเด่นกว่าข่มรัศมีได้ โหยนะ มันไม่มีอะไรเลย แต่จะให้ทำใหม่ก็สายไปแล้วล่ะ ฝ้ายบอกใหแบ่งว่าใครจะทำไรบ้าง แล้วโทรไปหาพรรคพวกที่กรุงเทพ บอกว่าให้ไปซื้อเคื่องประดับทั้งหลายให้หลีดให้หน่อย ความหวังอยู่ที่ปราง เพราะว่าปรางหัวดีสุดแล้วเรื่องนี้ แถมยังอยู่กรุงเทพด้วย(เชื่อมก็หัวดี แต่อยู่กำแพงแสนแล้ว) ของที่ให้ซื้อก็มีหมวกเบเร่ต์ เข็มขัด โซ่คล้องกระเป๋า สองอันนี้จำเป็นมาก แล้วก็เครื่องประดับสวยๆงามๆทั้งหลาย มีขายตามห้าง เอาใบเสร็จมาเบิกได้นะ
กำชับอีกอบ่างคือ เครื่องประดับทั้งหลายจะต้องเป็นสีเอิร์ธโทน ห้ามเอาแบบแจ๋นๆ เป็นลูกทุ่งมาเด็ดขาด เพราะจะไปชนกับหลีดสาธิตอื่นๆ ซึ่งมักจะแต่งตัวให้ดูเสี่ยวที่สุดเท่าที่จะทำได้ เอาเป็นว่าต่งเหมือนจะไปแต่งงานมากกว่า โรงเรียนเราแต่งแบบนี้คงอายเค้าตาย!!!
ที่ชุดหลีดมีปัญหา เพราะไม่มีคนคิด ให้หลีดคิดกันเองหมดเลยถือเป็นข้อผิดพลาดอย่างนึง
คนรับผิดชอบ : หวอ เชื่อม
2.แสตนด์อับแสง
ปัญหาใหญ่มากๆ เกิดจากแสงไม่ถึง หลังคากั้น ก็คิดว่าถ้าแสงไม่ส่องถึง เราก็หาแหล่งกำเนิดแสงเอาเองเลยสื ตอนแรกเราจะใช้วิธีโทรหาคนที่ขึ้นแสตนด์ทุกคนให้เอาไฟฉายมาด้วย แล้วมัดรวมๆกัน ส่งอไปตรงมุมป้าย ให้โดนเกล็ดมันจะดูระยิยระยับขึ้น โอ้ววว สุดท้ายบางคนมีสปอตไลท์ที่บ้าน ได้มาสองอัน สองมุมได้พอดีเลย ตกลงว่าใช้แต่สองอันนั้นก็พอแล้ว ที่สำคัญด้านหลังมีปลั๊กไฟให้ด้วย เยี่ยม!
อีกอันคือรั้ว มันเป็นแบบซี่ๆ ตอนเชียร์มันจะเห็นอุปกรณืกับเหล่ากรรมการที่ไม่ต้องขึ้นแสตนด์มานั่งร้องอยู่ ไม่งาม เลยต้องเอาผ้ามาติด ถ้าจะให้ดีต้องเป็นสีม่วง แต่เรื่องนี้จะพูดกันทีหลังเพราะสำคัญน้อยสุด
3.จัดที่นั่ง
ไม่ใช่ปัญหา เพราะคิดไว้แล้วว่าจะทำอย่างไร ที่สงสัยมีแค่ จะทำเมื่อไร? ตอนกลางวันจะมีคนมาเชียร์และนั่งบนสแตนด์เราเต็มไปหมด ที่จริงจะไล่ออกก็ไล่ได้ เต็มคงลำบาก เด็กจะไปไล่ที่เค้าก็น่าเกลียด เลยคิดว่าเย็นๆแล้วคนน้อยค่อให้ออกก็ไม่เสียหาย
คนรับผิดชอบ : ตง เรา วาว ป็อบ ฝ้าย อื่นๆ
4.จรวดขวดน้ำ
เป็นปัญหาใหญ่สุด พอๆกับเรื่องชุดหลีด เตรียมงานช้ามาก คือโทรบอกให้ทำวันนี้ ที่กรุงเทพชุดนึงเป็นอันสำรอง มาทำที่นี่อีกเป็นอันจริง แต่ว่าปัฐหาเยอะเหลือเกิน เดี๋ยวของหาย เดี๋ยวรั่ว เดีย๋วขาด ตกลงว่าถ้าทำไม่ได้จริงๆ ก็จะไม่ใช้ แต่ขอให้ทำออกมาให้ดีที่สุดละกัน มีสำรองเยอะแยะจะกลัวอะไร
ผู้รับผิดชอบ : แก้ว ใหม่ จอร์จ(เพิ่งได้มาวันนี้) บิ๊ก เลื้อย
คนที่ได้มาเพิ่ม คือจอร์จ กับเลื้อย(นักกีฬาทั้งคู่) จะมาขึ้นแสตนด์ด้วย ขอขอบพระคุณ
ที่แสตนด์ บอกว่าไม่ได้ทำไรเล้ยยยย นั่งดูแข่งวิ่งอย่างเดียว เบื่อๆก็ลุกขึ้นมาวัดระยะ แปะเทปบ้าง เป็นแบบนี้กันทั้งฝ่าย เพราะคนเยอะ บางทีก็ลุกไปดูแสตนด์โรงเรียนอื่น มีจุฬากับปทุมวัน ของจุฬามั่นใจว่าออกแนวอินเดียนแดง ส่วนปทุมวันคงออกมาไทยๆ ทั้งสองโรงเรียนเป็นป้ายผ้า ใหญ่มากกกก.. พาเพื่อนนักกีฬาไปดูว่าของใครสวยสุด เค้าบอกว่าของเราไปเทียบกันที่เหลือไม่ได้หรอกเพราะเราเป็นป้ายไม้ คนอื่นเป็นป้ายผ้า ถ้าเทียบป้ายผ้า ของจุฬาดูดีกว่านะ แต่สายตาเราและผู้เชี่ยวชาญทางศิลป์ทั้งหลายบอกว่า ป้ายปทุมวัน ไม่สวยเลย.. ดูเละๆยังไงก็ไม่รู้ คงเพราะใช้สีเทามั้ง เลยดูทึมๆ อัตราส่วนสีเงืนกับทองไม่ค่อยดี เลยดูแปลกๆ ส่วนจุฬาธรรมด๊า ธรรมดา ป้ายข้างล่างรกเกิน สรุปแล้วเราพยายามคิดเข้าข้างตัวเองว่า ของชั้นสวยสุด!!!(ทั้งๆที่มองไม่เห็น)
ที่แย่คือ แสตนด์เราติดกับปทุมวัน มองแล้วปทุมวันเด่นกว่าเราเอีก เฮ้อ!! ดีอยู่หน่อยคือ ปทุมวันมีปัญหาว่าติดป้ายไม่เป็น เป็นไปยืนเงอะๆงะๆอยู่ที่นั่งนานสองนาน ทำไม่ได้มั้ง!
ตอนนั่งดูแข่งวิ่ง พอถึงคิวแพน เค้าก็ประกาศว่า "การแข่งขันครั้งนี้ มีดารามาด้วยนะคะ คือเขมนิจฯ เป็น.... เป็น Supermodel มีชื่อเสียง..."โคตรตลกเรย แอบบอกว่าตอนแพนวิ่ง เหมือนนกกระยางเลย.. พอวิ่งเสร็จพวกแพน มด พลอย ที่มาวิ่งนั่นแหละ ชนะเลิศ!!!! เย้ ไหว้คนดูรอบทิศ สวยๆ ชนะใจคนดู
หลังจากนั้น ก็เชียร์ไปเรื่อยๆ คนโน้นคนนี้ ว่างๆก็ไปดูเค้าแข่งบอลบ้าง ค่อยกลับมาเย็นๆ มาทำที่นั่ง
ก็วัดๆตามที่ตงเค้าทำไว้แล้ว เราก็แค่ตัดๆ แปะๆ เสร็จเรีบร้อย มืดพอดี พอมืดเค้าก็เปิดไฟด้านตรงข้ามสนามอ่ะ เดินไปดูแล้ว หูยยยยยยยยยย.... สวยโคตรๆ แบบว่าเกล็ดที่ติดไว้ส่องประกายระยิบระยับ ป้ายโรงเรียนอื่นนี่หายไปเลยล่ะ เราเลยคิดว่าวันจริงเค้าน่าจะเปิดไฟข้างนี้ เท่านี้โรงเรียนเราก็จะเด่นสุดๆ(อยากเด่น)
ตอนนั้นเจออ.ใหญ่ด้วย(เกื้อกูล) มาดูเค้าแข่งวิ่ง ก็คุยๆแบบสนุกๆ เกื้อกูลเล่าว่า ตอนเดินมาเก็นแสตนด์ อ.บริบูรณ์สุข บอกว่า ทำไมไม่เห็นเป็นคำว่า "KUS"เลย แล้วเกื้อกูลก็พูดว่า"นี่ อย่าไปนับเค้า(หมายถึงบริบูรณ์ฯ อ.พูดอย่างนี้) เป็นอ.โรงเรียนเรานะ สอนแต่ชีวะเลยอ่านอังกฤษไม่ออก กร๊ากๆๆๆๆๆ
แล้วชี่ก็พูดๆขำๆ อ.ใหญ่ก็ควักเงินค่ากินเลี้ยงมาให้สองพันบาท โอ้! แม่เจ้า เกิดอะไรขึ้น เกื้อกูลอัดฉีดเงินมาให้ ไม่น่าเชื่อ!?!?
หลังจากแปเทปเสร็จหมดแล้ว พร้อมกับความคิดว่าที่นั่งที่แปะไว้แถวไม่ตรงเลย วันจริงคงจะบอกให้พวกนั่งแสตนด์จัดกันเองอีกที เราก็ยกขบวนกลับหอพักที่ไกลออกไปสองกิโลด้วยการเดิน(ลำบากมากๆ) เดินไปก็เริ่มถอดใจ คิดว่าถ้าจะต้องเดินไปกินเลี่ยงที่ร้านเสตก(ได้ยินมาว่าเสต๊กกำแพงแสนอร่อยมากๆ นอกจากข้าวตระกูลหมู) คงขาลากและเสียเวลามาก เลยเปลี่ยนแผนกินข้าวแถวโรงอาหารละกัน อตนเดินมาร้านน่ากินเยอะแยะเลย อย่างแรกก็ร้านหอยทอก คนเต็ม(หมายถึงที่นั่งเต็มตลอด) แล้วก็ในโรงอาหารมีของที่ว่าน่ากินมากมาย
ตอนไปหอ ก็เจอเน่อกับเตย ที่มาถ่ายรูปอ่ะนะ ก็ออกมากินข้าวด้วยกัน เราตกลงกับวาวว่ากินแต่ผลไม้ดีกว่า เพราะกินไรไม่ลงแล้ว อิ่ม แต่เห็นหอยทอดแล้วอยากกินว่ะ แต่นึกถึงตังค์ในกระเป๋าแล้วคิดว่าอย่ากินดีกว่า สรุปมื้อเย็นที่นี่มีแต่แคนตาลูปกับแก้วมังกรในท้อง ไม่ได้กินข้าวตระกูลหมูของนครปฐมที่เคาว่าอร่อยนักหนาเลย(แย่จัง)
กลับหอก็จัดการเอาของไปเก็บซะ แล้วก็ต้องมาฝึกเลื้อยกัยจอร์จให้ขึ้นแสตนด์ให้ได้แบบด่วน แล้วก็มีปัญหาเกิดอีก
อ้อ! ลืมไป เรื่องป้ายผ้าที่จะเอาไปติดรั้วนะ สุดท้ายโทรด่วนไปหาเกตุ เพราะเกตุเคยบอกว่า"ถ้ามีปัญหาไรให้ช่วยก็โทรมาละกัน" โทรไปปรากฎว่าเกตุไม่ว่าง แต่ว่ายังช่วยจัดการหาคนมาช่วยจนได้ คือเอม ไปซื้อผ้ามาด่วนตอนสองทุ่ม ก็ต้องไปห้างอย่างเดียวแหละ แพงโคตร เป็นสีโบว์นักเรียน สีม่วงแหละ ขอบคุณเอมอีกที
แล้วก็เรื่องจรวดฯ ปัญหาเกิดอีกเพราะไม่มีใครบอกอ.อำนาจเลย แต่ไม่ยาก รู้ว่ายังไงๆ อ.ก็อนุญาตอยู่แล้ว แต่ว่าตอนทดลองปล่อยครั้งนึง คงฮึดจัด จรวดเจาะประตูห้องน้ำหญิงเป็นรู!!!! ยังมีรอยอยู่จนบัดนี้ ไม่รู้คิดไร อีกครั้งกนึ่งจรวดตกคูนย้ำ จอร์จวิ่งลงไปเอา ใส่รองเท้าติ๊บลงไปด้วย วันจริงติ๊บเลยต้องใส่รองเท้าแต่เพราะรองเท้าขาวของติ๊บเปียกน้ำไปแล้วเรียบร้อย ปัญหามากอย่างนี้เลยตกลงว่า จะทำจวรดขวดน้ำ(ที่ใส่แป้ง?)ให้ดีที่สุด เอาสองอัน ถ้าปล่อยได้เท่าไรก็เอาเท่านั้น ถ้าปล่อยไม่ได้เลยก็ไม่ต้องปล่อย เป็นอันตกลงกัน
มองไปดูหลีดซ้อม หลีดร้องเพลงช้ามากๆเลย เลยต้องซ้อมแบบ สมมติให้กองเชียร์ร้องเพลงเร็วมากๆ(เร็วกว่าตอนซ้อมอีก) ให้เต้นให้ทัน สงสารหลีดลำบากมากๆ แต่โม(ทัตเทพ) ก็เต้นได้เร็วมากๆเช่นกัน แบบว่ามือโมนี่ ฟันฉึบ เร็วมาก ถ้าเป็นมีดคงคอขาด
กลับมาที่สอนเชียร์เลื้อกับจอร์จดีกว่า สอนเร็วดี จำง่าย ที่หลักๆคือ "ให้มองคนข้างๆเอา" แล้วก็พิ่มเติมเทคนิคพิเศษเล็กน้อย เที่ยงคืนครึ่งก็สอนเสร็จ แอย่างเดียวว่าเราเอาห้องนอนหลีดเป็นที่ฝึกซ้อม พวกเรากับใหม่ที่มาซ้อมตอนนี้ก็เหงื่อโทรมกาย เหม็นไปหมด หลีดนี่ต้องเปิดพัดลมไล่กลิ่น เพราะเหม็นมากๆ ติ๊บเองก็มาซ้อมด้วย เพราะจังหวะไม่แม่น รองเท้าติ๊บคงส่งกลิ่นด้วยเหมือนกัน เพราะแช่โคลนมา ต้องเอาไปตากข้างนอก
พวกสต๊าฟจะนอนห้องชั้นหนึ่งกัน ยกเว่นเราไปนอนชั้นสี่ เป็นชั้นของนักบาศ ขึ้นไปอ.ก็ไล่ ไปนอนได้แล้ว เฮ้อ! ต้องลงมาอาบน้ำชั้นหนึ่ง ที่เราต้องระเห็จไปนอนชั้นสี่ เพราะเลื้อกับจอร์จนอนที่นี่ แล้วก็ไม่มีพัดลมเลย เลยต้องเอาพัดลมเราไปนอนด้วย ที่จริงจะเอาพัดลมไปทำไมก็ไม่รู้ ตอนกลางคืนอากาศเย็นสบาย ไม่ต้องเปิดพัดลมเลยสักนิด กลายเป็นว่าเปิดพัดลมแล้วอากาศหนาวเลย
สต๊าฟเกือบทุกคนนอนไม่หลับ คิดว่าวันจริงงานที่เราทำมาตั้งแต่เปิดเทอมมันจะออกมาเป็นยังไง(ตื่นเต้นๆ)