พิธีปิดสาธิตสามัคคีครั้งที่ 30 : วันสุดท้ายแล้ว เราลงไปรับธงเจ้าภาพกันเถอะ [ย้อนหลัง]
posted on 23 Oct 2005 16:22 by kullatusto-san in KUS, SATITSAMAKEEต่อจากตอนเดิม
คุยกับนักกีฬาบางคน ได้ฟังเรื่องตลกชิบหาย พวกซอฟ์ทบอล(ถ้าจำไม่ผิดนะ) โดนจีบ!!! แบบตลกมาก คือเค้าเดินมาหานักกีฬาแล้วถามว่า
"น้องเป็นเกย์รึเปล่าครับ"
หึๆ ก็ตอบว่าไม่ครับแล้วเค้าก็ขอเบอร์ ก็ไม่ให้ตามระเบียบ(ใครจะกล้า...)
วันศุกร์แล้ว เป็นวันจริง ที่เราซ้อมๆกันตลอดก็เพื่อวันนี้แหละนะ
เมื่อคืนนอนตากพัดลมตลอดเลย หอพักแย่มาก ไม่มีอะไรเลย ผ้าห่ม หมอน ไม่มีซักอย่าง ต้องเอากางเกงพละมาพับต่างหมอน ผ้าเช็ดตัวกะจะเอามาเป็นผ้าห่ม แต่มันก็เปียกเกินไป
ตื่นเช้ามา แย่แล้วกู เสียงแหบ รู้สึกเหมือนเป็นไข้ด้วย แล้วก็เป็นอย่างนี้กันหมดทุกคนเลย ลุกจากเตียงแทบไม่ไหว กะรอให้พวกนักกีฬาบาส ที่พักอยู่ชั้นเดียวกับเราออกไปก่อน แล้วค่อยจัดการอาบน้ำ ขี้เกียจเดินไปอาบชั้นล่างแล้ว แต่รอไม่ไหว เดินไปชั้นล่างจนได้
เจอวาว ใหม่ ออกไปเรียบร้อยแล้ว นัดเจอกันที่เซเว่น จะไปเช่าจักรยานก่อน
เชื่อม หวอ ติ๊บ พึ่งตื่นตอนที่เราเสร็จพอดี เชื่อมบอกว่ารอเราหน่อยนะ จะรีบอาบน้ำ ติ๊บเสร็จแล้วก็จัดห้อง ทำความสะอาดเรื่อยเปื่อย หวอก็ไม่ต่างจากเชื่อม แต่หวออืดอาดกว่าเชื่อมมากๆ เราก็บอกว่า จะไปแล้วนะๆ เร่งหวอ หวอก็บอกว่า มึงอย่าเร่งกู๊ๆ แต่กูก็ดันทุรังจะเร่งให้ได้ แต่หวอก็ไม่ได้รีบแต่อย่างใด ที่จริงมันก็ไม่เห็นจะต้องรีบอะไร รวมกันเจ็ดโมงเช้า แต่กองเชียร์จะมาถึงเก้าโมงครึ่งนี่นะ
พวกหลีดจะอยู่ซ้อมที่หอ ไม่ไปซ้อมใหญ่ที่แสตนด์ เมื่อวันพฤหัสเราสรุปว่า หลีดจะออกไปซ้อมที่สนามจริงตอนสิบเอ็ดโมงกว่าๆ ก่อนที่จะให้พวกขึ้นแสตนด์ลงไปกินข้าวเที่ยง
ทำโค้ดแซวไว้เรียบร้อยแล้ว รู้สึกว่ามันจะไม่ได้ใช้แหงๆ มันเยอะเกินไป แล้วก็เชียร์ชุดไม่พิเศษก็คงร้องแบบไม่จริงจังอะไร ชุดเช้านี่อาจจะได้ใช้นะ เพลงที่คิดไว้ก็ ง่ายถึงง่ายที่สุด ร้องไม่ได้ก็ควรจะพิจจารณาตัวเองได้แล้ว เพลงอย่าง Victory ,หมูแผ่น ไม่ค่อยยาก เราตัดเพลงอย่างเพลงค่ายออกไปเลย เพราะกลัวว่าม.สามกับม.สีจะร้องไม่ได้ เพลงมาซิมา เพลงโรงเรียนเวอร์ชั่นอื่นๆก็ไม่ร้อง บอกว่ามันยากเกิน...
โอเค เชื่อมอาบน้ำเสร็จแล้ว แต่งตัวแป๊บเดียวเสร็จ หวอก็หาอะไรอยู่ก็ไม่รู้ หลีดก็ลองสวมรองเท้าอยู่ รู้สึกว่ามันหลวมเกินไป(หลีดที่ฉุกละหุกเหลือเกิน) พอหวอเสร็จ(เป็นคนสุดท้าย) เราค่อยเดินออกไปที่เซเว่น
พวกใหม่วาวจอร์จเลื้อย น่าจะมีแก้วด้วยรออยู่ก่อนแล้ว จักรยานแปะว่า"ปิด" ถามคนอื่นบอกว่าจักรยานเปิดเช่าแปดโมง เลยแบ่งเป็นสองพวก พวกแรกจะรอเช่าจักรยาน เราเอาบัตรประชาชนให้ยืมเผื่อไว้ก่อน ที่เหลือจะมาที่แสตนด์เลย
เราเดินมาที่แสตนด์เลย กับพวกที่มาจัดการแสตนด์ก่อนแล้ว กำหนดการบอกว่ารถจะออกจากกรุงเทพฯ เอ่อ.. เจ็ดโมงมั้งนะ คิดว่ามันต้องมาถึงเลทแหงๆ เลยไม่รีบทำงานกันมาก เหนื่อยจากเมื่อวานด้วย สแตนด์ตอนนี้เลอะมาก ขยะเกลื่อน น้ำหกอีก ดีที่มีไม้กวาดทางมะพร้าวจัดการกวาดน้ำออกไปได้ แล้วก็มีถังขยะวางข้างๆ กองเกลื่อน ก็ปัดกวาดให้เรียบร้อย เสร็จแล้วก็ตอกตะปูขันกับไม้ จะทำเป็นถังใส่เกล็ด ประมาณว่าเชียร์เสร็จปุ๊บ เราก็จะเหวี่ยงขันใส่เกล็ดที่ว่านี้เป็นประกายระยิบระยับ สวยงามมาก(ในจินตนาการ)
หลังจากนี้ เราก็คิดว่าที่ทำมาจะแก้ไขอะไรไม่ทันแล้วล่ะ ก็ต้องทำให้ดีที่สุด ที่เหลือก็นั่งปัดกวาดทำความสะอาดไปเรื่อยๆ พวกที่รอเช่าจักรยานก็เดินมาอกว่าวันนี้เค้าเลิกให้เช่าแล่ว ฉะนั้นเราก็ต้องเดินสองกิโลไปๆมาๆเหมือนเดิม(เศร้า)
นั่งเช็ดๆจรวดที่เลอะแป้งเละเทะไปหมด แล้วก็ตอกตะปูให้มันดูดีๆ ไม่มาล้มครืนทับคนเชียร์เอา เดี๋ยวจะได้ลงหน้าหนึ่งไทยรัฐแทน
ตอนนี้ มีแค่"รอ"
รอกองเชียร์ ที่ไม่นานก็มาถึง มาถึงก่อนเวลามากๆ เราวิ่งไปบอกอ.อำนาจว่า ยังไม่ขึ้นแสตนด์นะครับ สถานที่ยังไม่พร้อม อ.ก็บอกว่ารู้แล้ว ยังไงก็ยังไม่ให้ขึ้นหรอก กำหนดการจริงๆจะขึ้นเก้าโมงครึ่ง แต่มาเร็วกว่านั้นมากเลย ก็ต้องพักข้างล่างต่อไป
ถ้าให้กองเชียร์ขึ้นนั่งเลย จะถือว่ายุติธรรมมากๆ เพราะที่นั่งทุกตำแหน่งจะได้รับแดดจ้าแยงตาอย่างเท่าเทียมกัน
กองเชียร์ทำไรมั่งไม่รู้หรอก เห็นอ.ว่าให้นั่งอยู่ข้างล่างอ่ะนะ(ตรงที่เขียนไว้ว่า"ห้ามเข้า"เห็นเข้าไปนั่งกันเรียบร้อย)เหล่าสต๊าฟก็ต้องเอาผ้าที่สั่งมาเมื่อวานมาติดให้เสร็จ เป็นปัญหามากๆเพราะผ้ามากยาวเกิน ตัดก็เสียดาย(สีผ้าสวยกว่าที่คิดมาก) ตามที่คิดไว้ เราจะเอาผ้ามาปิดแถบผ้ากับรั้วไปเลย เอาให้ไม่เห็นสีเหลืองน้ำเงินว่างั้น ว่าแล้วก็ดำเนินการผูก ขมวดปมปลายผ้าเป็นตัวถ่วงน้ำหนัก(ใช้ถุงข้าวแกงใส่น้ำ) ทำไปถุงใส่น้ำหกบ้าง แตกบ้าง รั่วบ้างก็เอาไม้กวาดทางมะพร้าวเกลี่ยให้แห้งซะ (บางคนให้เอาผ้าเช็ด จะไปเอามาจากไหนเนี่ย?) พอลองกางดู ปรากฎว่าผูกผิด!!! อันที่เป็นตัวถ่วงมันอยู่คนละด้านกัน ต้องมาผูกใหม่ให้วุ่นวาย
ผูกเสร็จ กองเชียร์ก็ขึ้นมาแล้ว มีปัญหาอีกปัญหาหนึ่งเกิดขึ้นมาอีก ก็คือเขียนตำแหน่งที่นั่งผิด มันไม่อยู่ตรงกลาง แต่เค้าก็จัดการแก้ปัญหาไปได้ ไม่ยาก แล้วก็แจกหมวกเหม็นๆไปตามเรื่อง อ.วงฯก็เอาซาลาเปากับน้ำเปล่ามาให้สต๊าฟทุกคน ดันเผลอบอกไปว่าสต๊าฟยังไม่กินข้าวเช้าเลยครับ(กินแต่ไส้กรอกเซเว่น) ก็ดีเพราะว่าถุงน้ำถ่วงมันรั่วเพียบเลย ก็เอาถุงซาลาเปามาใส่แทน (ซาลาเปาหมูอร่อยดี มีไข่ด้วย)
ปัญหามาอีกแล้ว ลมมันพัดแรงมาก ติดผ้าก็ยาก พอปล่อยปั๊บ ลมก็พัดพาขึ้นมายุ่งเหยิงสุดๆ อ.ประวิทย์ก็บอกว่า ทำไมไม่เอาผ้าผูกข้างหลังเป็นแบ็คกราวน์ล่ะ บังกรรมการได้ด้วย โอ้! ความคิดที่ดีมากๆเลย ตกลงกันว่าจะเอาแบบอ.ประวิทย์
ผ้าก็ยังปลิวได้อีกอยู่ดี เลยเอาไม้ที่ต้องติดป้ายไม้ที่ยังเหลือๆ มาถ่วงไว้ ก็เอาไม่อยู่อีก เลยเลยบอกอ.ไว้ว่าให้กองๆไว้ก่อนเพราะว่าวันพฤหัสสำรวจสถานที่แล้วพบว่า
1.ป้ายจะเด่นมากตอนเช้า พระอาทิตย์จะส่องพอดี หลังจากนั้นจะอับแสง
2.ที่นั่งตอนเช้าจะโดนแดดทั้งแสตนด์ แต่ไม่ร้อน(แถมยังหนาว)เพราะมีลมพัดแรงมากจากตะวันออกไปตะวันตก พอบ่ายลมจะพัดน้อยลง แสตนด์จะร้อนมาก โดยเฉพาะแถวI ,J จะร้อนสุดเพราะโดนแดดด้วย พอกลางคืนจะไม่มีลมเลย
3.คาดว่าไฟด้านตรงข้ามสนามจะเปิดตอนกลางคืน ป้ายเราจะเด่นมากประหนึ่งท้องฟ้ามีดาวระยิบระยับเป็นคำว่า SATITKASET แจ่ม!!
ตอนเชียร์จริง ลม(น่าจะ)ไม่พัดเลย แล้วยังมีกรรมการคอยนั่งทับให้อีก ฉะนั้นไม่ต้อง่วงเรื่องผ้า ที่ต้องห่วงคือมันจะขาดก่อนรึเปล่า ก็ใช้เทปหนังไก้แปะให้รูร้อยเชือกฟางมันเหนียวๆไว้ก่อน แล้วให้เชือกขึงด้านล่างอีกทีกันปลิวมากเกินเหตุ
เรื่องแสตนด์ที่เห็นคือ เค้าแจกหมวกให้ทุกคนเลย แล้วก็หันหน้าเข้าไปทางทิศตะวันตกซะ จะได้ไม่โดนแดด(ช่างคิดซะจริง!?!?) ช่วงเช้าเอากระเป๋าขึ้นได้ ฉะนั้นทาครีมกันแดดให้เรียบร้อย
สิบโมงก็ต้องกลับหอแล้ว เพระว่ารถจะขนสัมภาระกลับ แล้วจะปิดหอด้วย สรุปเราต้องขนกระเป๋าออกทั้งห้องเลย คิดว่างั้น
กลับไปถึงหอพัก เพิ่งจับเวลารู้ว่าเดินเที่ยวนึงครึ่งชั่วโมงแน่ะ ขออาบน้ำก่อนเหอะ ส่วนติ๊บกับใหม่ก็ไปเปลี่ยนรองเท้าแตะเป็นรองเท้าพละตามกติกา พอเราอาบน้ำรอบสองเสร็จ เก็บข้าวของปั๊บ ใหม่ก็บอกว่าพวกที่แสตนด์โทรมาบอกว่าเค้าซ้อมแล้วนะ อ้าว เลื่อนกำหนดการเรอะ!! ซวยล่ะสิ เพราะกำหนดการ(ยึดกำหนดการเป็นหลักทั้งหมด ต้องเป๊ะๆ)บอกไว้ว่าประมาณสิบเอ็ดโมง แล้วก็ให้เราเคลียร์ห้องให้ด้วยเลย เดี๋ยวจะตามไปช่วย
เราขนของจอร์จให้แหละ มันอยู่ที่แสตนด์ จะรอก็คงนานพอดู เลยขนให้ ใหม่ติ๊บก็เก็บกระเป๋าให้เรียบร้อย สักพักพวกที่เหลือก็ทยอยมา บอกว่ามีรถตู้รับส่งให้ด้วย เอ้อ!! นึกว่าต้องแบกกระเป๋าเดินสองกิโลซะอีก
คนขับรถตู้ใจดีมากเลย บอกว่าเราต้องขึ้นรถคันที่หกรึเปล่า เค้าจะเอากระเป๋าไปเก็บให้ โชคดีโคตรๆ สบายมากเลย
กลับไปที่แสตนด์กันต่อ คราวนี้ไปนั่งเฉยๆ เห็นพี่ก้อนมาช่วยสันให้ ดีมากเลยเพราะปีอื่นๆ นั่งเบื่อตลอด คราวนี้เค้าเล่นแจว แล้วก็เหมือนเชียร์ไม่พิเศษ เราเล่นหยอกล้อกับกองเชียร์ปทุมวัน รู้สึกว่าปทุมวันนี่ไม่ค่อยสนุกแฮะ มาถึงก็นั่งนิ่งๆ ยังกะหุ่นยนตร์ แถมคนนำก็ชอบแผดเสียงแหลมเล็ก เหมือนอีหวอเลย(มีคนเรียกหวอว่า เฮ้ย! ดูญาติมึงสิ) หน้าตาสต๊าฟก็ แก่มากๆ เอ.. เหมือนจะพูดไปในทางไม่ดีเลย
แล้วก็เริ่มจับกลุ่มคุยกับคนอื่นๆ ลองเดินไปดูกองเชียร์อื่นๆมาแล้วล่ะ สาธิตจุฬาก็ เน้นสีเอิร์ธโทนแหงๆ เพราะทึมทั้งแสตนด์ เลยดูไม่ค่อยเด่น ป้ายผ้ามันก็ดูรกเกินไปหน่อยนะ สาธิตปมุมวัน เห็นตั้งแต่เมื่อวานแล้วล่ะ ป้ายเขียนว่า Preserve Domestic Style งงมากเลยว่ามันแปลว่าไรวะ? เริ่มคิดกันหลายคนตั้งแต่ "รักษาสไตล์บ้านๆ" "ดำรงซึ่งเอกลักษณ์ท้องถิ่น" อีกสารพัดความคิดที่ยิ่งคิดยิ่งคิดไปในทางเสื่อมทุกทีๆ จนกระทั่งมีคนเฉลยว่า
"เค้าน่าจะหมายถึง -สำนึกรักบ้านเกิดนะ-"
อ้อ ตาสว่าง ที่จริงแล้วเค้าเอาคำนี้เป็นเป็นตัวอักษร PDS ไง
P reserve -อนุรักษ์
D omestic -ในประเทศ
S tyle -สไตล์ ความหมายตรงตัว
เพิ่งเห็นว่ามีป้ายเขียนว่า TUMWAN ด้วย ลายไม่ค่อยดีนะ เพ่งตั้งนานกว่าจะอ่านออก ที่จริง ถ้าไม่เพ่งคงไม่เห็นว่ามีป้ายนี้ด้วยนะ
สรุปแล้วเราทุกคนลงความเห็นว่า เรากำลังจะชมตัวเองเกินไปแล้ว สาธิตอื่นอาจจะคิดว่า ต๊าย!! สแตนด์เกษตรทำไรเนี่ย สีเขียวสด เสี่ยวๆ ป้ายก็เล็กนิดเดียว มีประกายอะไรอีก ลิเกมากๆ ไม่สวยเลย
ปล. เห็นรูปหมวกอินเดียนแดงตรงป้ายสาธิตจุฬาแล้วคิดว่าไอเดียดีนะ ตรงขนนกมีนัยนึกถึงตราโรงเรียน
ตอนเที่ยง เค้ามีข้าวหมูแดงหมูกรอบให้กิน เราชอบ 5555+ ไม่ราดน้ำจิ้มยังอร่อยเลย ตอนแรกกะจะไม่กินเพราะจะดูป้าย แต่อ.สุชาวดีไล่ให้ไปกิน บอกว่าสต๊าฟต้องรีบๆกินแล้วรีบๆขึ้นมานะคะ ไม่กินเดี๋ยวเป็นลม ก็เลยต้องลงไปกินจนได้ บอกเอมว่าไปเอาใบเสร็จมา จะเขียนเองก็ได้ เดี๋ยวจะเบิกค่าผ้าไม่ได้
แล้วก็ถามว่าตอนซ้อมใหญ่เค้าทำอะไรกันบ้าง ก็บอกว่าไม่มีอะไร แต่
"หลีดจุฬาแรดมากเลยมึง"
"ทำไมไม่ถลกเสื้อขึ้นมาเลยล่ะ"
"มีหลีดปทุมวันคนนึง เต้นยั่วโคตรๆ"
"สาวหน้าประถม นมมหาลัย"
"แอ่นงี้เลย..."
ว่าแล้วก็นึกถึงหลีดไฮโซโรงเรียนเราเลยอ่ะ หลีดเราจะเต้นช้าๆ เนิบนาบ เรียกว่าเต้นยังไม่ได้เลยมั้ง มักจะโดนโรงเรียนอื่นดูถูกว่าหลีดเราเป็นง่อย ทั้งๆที่เราจะดูถูกหลีดโรงเรียนอื่นเหมือนกัน ว่าแกจะมาเต้นยั่วหาผัวหรือไง?
ไม่นานก็มีโทรศัพท์มาหาใหม่ ให้เอาของแต่งตัวหลีดตลก ความจริงหลีดตลกก็คือนักบอลนั่นแหละ ซ้อมเมื่อวาน ให้หาคนว่างๆ ก็คือเรา เอาไปให้ฝ้ายที่หอหน่อย เราก็หยิบถุงขนาดมหึมาถือไปที่หอ(ย้ำว่าจากหอไปแสตนด์ห่างกันสองกิโล) โชคดีเจอเชื่อมขี่จักรยานมา เลยขอขี่กลับไปหอต่อ
ขี่จักรยานขนาดสำหรับเด็กอนุบาล(คันเล็กมาก) คุมก็ยาก ฝืดมากๆ ขี่ไปก็เลี้ยวเบี้ยวไปมา หลบคนแทบไม่ได้ ถุงก็ลากเกือบจะถึงพื้นอยู่ร่อมร่อ จนมัน.... ตกพื้น จักรยานเราเหยีบยถุงขาดกระจุย แล้วก็ล้ม ดีที่กระโดดออกมาก่อนได้ เหอๆ เกือบถูกจักรยาน(สำหรับเด็ก)ล้มทับซะแล้ว
ไปสายนิดหน่อย เพราะจักรยานล้ม ถุงขาด ของแต่งตัวหลีดตลกยับยู่ยี่ หัวเราะกันใหญ่เลยพอบอกว่าจักรยานล้ม ขากลับโชคดีมีรถไปส่งเหมือนเดิม ระหว่างนั่งรถก็แต่งตัวให้หลีด(คือใช้แม๊กซ์เย็บ)นั่นแหละ ถึงแสตนด์ก็เสร็จพอดี
เพิ่งรู้ว่าหมวกหายอีกแล้วล่ะ
ดีว่าหมวกมีสำรองนิดหน่อย เลยเอามาใส่ได้ เฮ้อ! ไม่หน้าแตกแล้ว นั่งดูหลีดตลกเต้นไปเรื่อยๆ วันนั้นไม่มีอารมณ์จะขำแล้วล่ะ เหนื่อยสะสมมาตั้งวันพฤหัสแล้ว เป็นสต๊าฟดีหน่อยที่เดินไปไหนมาไหนก็ได้ เลยไปนั่งหลบแดดข้างบน รอเย็นๆค่อยเข้ามานั่งที่จริงอีกที
พอเค้าพักที เราก็ช่อมแสตนด์ที อยากเดินไปดูแสตนด์ตอนคนนั่งมั่งจังเลย ถ้าไม่ติดว่าต้องเดินอ้อไกลชิบหาย ที่นั่งเราดีที่ติดบันได ลงสะดวก แต่ถ้าจะเดินไปด้านตรงข้ามสนามจะต้องลุยสนามหญ้ารกๆไป เมื่อวานเดินไปแล้วปรากฎว่าคันขามากมาย ถูกแมลงกัดด้วย แมลงกำแพงแสนมีมากมายหลายชิด รูปร่างหน้าตาแปลกประหลาดที่สุด แถมพื้นโคตรจะแฉะ ยังกะลุยซาฟารี ไม่ไปแล้วถ้าไม่จำเป็น อยู่สแตนด์สบายๆดีกว่า
หลังจากร้องเพลงเล่นๆ จนความสนุกกลายเป็นความน่าเบื่อ เค้าก็ปล่อยๆให้เชียร์วิ่งบ้าง ดีเหมือนกันจะได้ถนอมเสียง ก็นั่งดูไปเรื่อยๆ ใครชนะไรมั่งก็ไม่รู้ จนถึงกำหนดการที่เค้าให้เอากระเป๋าไปเก็บ ก็เริ่มไล่กองเชียร์ลงให้ไปเข้าห้องน้ำอะไรให้เรียบร้อย(กระเป๋าสต๊าฟจะกองไว้หลังป้ายตั้งแต่เมื่อเช้าแล้ว สัมภาระมีคนเอาไปเก็บให้) เราก็ลงไปห้องน้ำแว้บนึง ตกใจมาก!!! ห้องน้ำเลอะสุดๆ เลอะกว่าที่ตึกสามหน่ยนึง แต่แย่กว่าที่ว่าคนเข้าห้องน้ำที่นี่ไปปิดประตูว่ะ เฮ้ยยยย!!!!!
รู้สึกว่าวิ่งก่อนที่เค้าจะไล่ลง เป็นวิ่งผลัดที่แพนแข่งอ่ะนะ(ทุกคนอยากดูแพน) ตอนที่เค้าไล่กองเชียร์ลง เราก็ซ่อมป้ายเป็นครั้งสุดท้ายแล้ว อ.เกื้อกูลก็เกาะริมรั้วเชียร์อยู่ เจ๊แกก็บ่นว่า นี่ ทำไมคุณต้องรีบไล่กองเชียร์ด้วยล่ะ เค้าอยากจะเชียร์ก็ต้องได้เชียร์ซี เลยต้องบอกให้กองเชียร์ขึ้นแสตนด์เร็วขึ้นอีกหน่อย
ถึงตอนนี้ก็เหลือแค่"รอ"เวลาจริงแล้วล่ะ จะแก้ไขอะไรไม่ได้แล้วนะ
พอกองเชียร์เข้าประจำที่แล้ว เรา ใหม่ แก้ว ที่ต้องไปอุดที่ว่างก็ต้องเข้านั่งด้วย อุ้มที่นั่งข้างๆก็ อุ๊ย ยอดน่ารัก ยอดหล่อ (ยอดลงแข่งวิ่งด้วย) กูก็ พูดมากจริง!! อุ้มเลยไปเกาะริมรั้วร้องกรี๊ดๆ โชว์สัดส่วนแฟบๆ แต้บอกว่า อั๊พดูสิ อุ้มไม่มีก้น!!!(ฮา) นอกจากอุ้มแล้ว ยังมีอีกหลายคนจนแถวที่จัดไว้เบี้ยวไปหมด สุดท้ายอ.บอกว่าให้เข้าไปนั่งได้แล้ว บิ๊กกับหวอก็จัดแถวใหม่ให้ตรงซะ ห้ามลุก แล้วชี้ให้ดูกองเชียร์ปทุมวันเป็นตัวอย่าง ดูสิคะ เค้าไม่ขยับเลย....
จริง ปทุมวันแม่งนั่งนิ่งไม่ขยับตัวเลย แข็งยังกะหิน อยากเจ้าไปดูว่ายังหายใจอยู่ป่าวเนี่ย หันกลับมาดูกองเชียร์เราส่งสียงเจ๊ยวจ๊าวสนุกสนาน แถวเบี้ยวหมด(มันเบี้ยวตั้งแต่ตอนแปะเทปวันพฤหัสแล้วหละ) ตอนนี้เลทไปชั่วโมงแล้ว กำหนดการคือสี่โมงครึ่ง จนห้าโมงกว่ามันยังไม่เริ่มซะที แจกถุงยังชีพที่อุปกรณ์เชียร์ทั้งหลาย แล้วมีเพิ่มมาอย่างนึงด้วยคือ ถุงมือแพทย์ นอกจากจะทำให้เสียงดังขึ้นแล้ว ยังให้สีขาวอีกด้วย(หลักๆคือให้สีขาว)
หลีดก็เริ่มเปิดตัวแล้ว หลีดจุฬาออกแนวคาบาเร่ต์ กะว้าถ้ามีเสาตั้งอยู่ก็รูดมันซะเลย ส่วนหลีดปทุมวัน ปีที่แล้วสวยกว่า ปีนี้ดูขัดๆนิดนึง เป็นชุดเจ้าสาว แต่หัวสวม เอ่อ... เค้าเรียกว่าอะไรหว่า ชฎามั้ง หรือกระบังนะ? จำไม่ได้ว่าเค้าเรียกว่าอะไร
หลีดก็เข้าไปสวัสดีเหล่าอาจารย์ใหญ่ที่เดินลงมาดูแสตนด์ข้างล่าง หลีดเราเดินไปสวัสดีเหล่าอาจารย์หน้าม้าด้วย หลีดเราดูไม่ค่อยเด่นแฮะ แต่มันก็ยังดูดีกว่าเมื่อวานละกัน (ขอบคุณที่โทรไปบังคับซื้อเครื่องประดับได้ทันเวลา)
เริ่มเชียร์แล้ว ก่อนอื่นมีพิธีกรเป็นนักเรียนกำแพงแสนนั่นแหละ คงจะตื่นเต้นมากจนเห็นหลีดปทุมวันเป็นของจุฬาไปเลย ก็ดี สัมภาษณ์ประธานเชียร์ของแต่ละโรงเรียนด้วย ชี่ก็ตอบคำถามเค้าตามบทที่แต่งมา ฟังดูดีกว่าที่คิดเมื่อวันพฤหัส วันพฤหัสจะประมาณว่า
"กองเชียร์เราซ้อมตามความสมัครใจครับ"
"เราเน้นคุณภาพครับ ไม่เน้นปริมาณ" -- ประโยคนี้มีคนแย้งว่า มันจะเป็นการเย้ยโรงเรียนอื่นกลายๆ เราขนมาแค่ร้อยแปดสิบคนเอง ปทุมวันมีคนนับได้ร้อยเก้าสิบ จุฬาน่าจะเยอะกว่านั้น
ชี่ตอบว่าไงจำไม่ค่อยได้ล่ะ ที่มีก็บอกว่าเราซ้อมกันสองอาทิตย์ครับ ฟังดูดีมากเลยเพราะว่าถ้าเชียร์เราออกมาดีคนก็จะคิดว่าเราเรียนรู้กันเร็วจังแฮะ แต่ถ้าออกมาห่วยก็จะแก้ตัวได้ว่า เราซ้อมกันนิดเดียวเอง ดูโรงเรียนอื่นสิ เค้าซ้อมเป็นเดือนสองเดือน
ก่อนหน้านั้น เค้าก็ประกาศให้คนดูหลบก่อน เพราะจะใช้ที่ปล่อยจรวดน้ำ ที่เจาะประตูห้องน้ำไปแล้ว กลัวจะเจาะหัวคนดูด้วย เราไม่ยักกะเห็นคนถือจรวดออกมาแฮะ เดาว่ามันคงพังซะแล้วล่ะ ไม่เป็นไรเพราะเมื่อวานประชุมแล้วว่า มีสองอัน ถ้าพังอันก็ปล่อยอันเดียว ถ้าพังหมดก็ไม่ต้องปล่อย แต่คงแจ้งเค้าไว้ว่าขอเอาคนดูออกไปหน่อย เลยยังพูดถึง
พอเราเชียร์จริงๆ ผิดพลาดเล็กน้อย แต่เป็นปัญหาใหญ่ คือตอนเพลงชูวับ ทำไมไม่ร้องกันล่ะพี่ เงียบหมดเลย แถมร้องกันเร็วมาก ดีที่ซ้อมหลีดให้เต้นเร็วๆไว้แล้ว จึงไม่ออกมาเป็นหางเครื่อง เป็นอันว่าโชว์เราจบลงแบบไม่หายนะมากนัก(ในความรู้สึกของเรา) ที่หายนะคือไฟด้านตรงข้ามันไม่เปิด ป้ายไม้เราเลยอับแสง แต่ว่าเตรียมสปอทไลท์ไว้แล่ว เลยออกมาสวยกว่าเดิม(โว้ว) ตอนหลังเอาไฟไปไว้ข้างหลังด้วย สวยกว่าเดิมมากๆ ถ้าไฟทั้งสองอันมันเป็นสีเดียวกันนี่จะยิ่งสวยหนักขึ้นไปอีก
หายนะยิ่งกว่าคือกองทัพแมงเม่า ทำเอากองเชียร์ต้องแตกตื่นกันหมด มาจากไหนกันเยอะแยะ จนต้องปิดไฟเลย ตแม่งแมลงร่วมกันเกลือ่นพื้น บางคนโดนแมลงเข้าตา เข้าหู ปฐมพยาบาลวิ่งว่อนกันสนุกสนาน โบกมือไปมาเหมือนมีไรสักอย่างความจริงคือโบกไล่แมลงจ๊ะ
มาที่พิธีปิดดีกว่า กองเชียร์ต้องอยู่จนกว่าพิธีปิดจะเสร็จ เพราะต้องอยู่รับธงด้วย แต่ก็ดีเพราะได้เห็นงานทั้งงานว่าจะเป็นไง(พยายามมองโลกในแง่ดี)
งานมีวูบ คือไฟดับ พี่ก้อนเลยแก้ปัญหาให้เราร้องเพลงสาธิตสามัคคี เอาหน้าได้ด้วย โรงเรียนอื่นก็ร้องตามเลย(ลอก) ร้องสักพักไม่จบเพลงไฟก็มาแล้ว ก็หยุดร้อง แลวเริ่มไล่คนที่เหลือลงไปรับธงซะ ส่วนเหล่าสต๊าฟก็อยู่เก็บของ กะพวกติ๊ดแล้วก็บอทที่มางานก็อยู่เก็บไป เราเริ่มว่างงานแล้สตอนนี้ ลงไปแสดงรับธงกับเค้าดีกว่า
รับธงก็ดีนะ เสียอย่างเดียว ยืนเกาะกลุ่มมากไปหน่อย ที่จริงถ้ายืนห่างๆกัน มันก็จะดูเต็มกว่านี้ คิดเอาว่าถ้ายืนห่างเกินไปมันคงดูโหรงเหรง แล้วจะตะคิดละกัน ก็ดูดี อลังการกว่าเจ้าภาพกำแพงแสนซะอีด คิดเล่นๆว่าเราจะยกทัพมาข่มเค้านั่นเอง
ออกไปเต้นๆตามที่รังสรรค์สอน ตอนนั้นเหนื่อยแล้วไม่ขอบรรยายอะไรมาก จบท้ายด้วยพลุ ที่สวยสุดๆ สวยเหี้ยๆ สวยมากๆ สวยจนไม่รู้จะเปิดพจนานุกรมเอาคำอะไรมาแทนดี เสร็จแล้วก็มีไฟวิ่งมาชนเป็นคำว่า "พบกันพี้จั่นเกมส์" เหมือนป้ายเพลทที่ใช้เป็นอุปกรณ์เชียร์เลยพลุก็อลังการ โดยเฉพาะอันท้ายสุดที่เป็นพลุใหญ่มหึมา แถมยังไหม้ไม่หมด ตกลงมาถึงพื้นให้วงแตกฮือเหยียบกันตายเป้นที่สนุกสนาน พิธีกรบอกว่า เหอๆ ไม่ต้องวิ่งครับ แต่คนในสนามบอกว่า ไม่วิ่งมันต้องโดนไฟคลอกตายแน่ๆค่ะพี่
จบพิธีปิดแบบคอเคล็ด หลังจากเงยหน้าดูพลุมานาน พร้อมร้องเพลงสามัคคีชุมนุมปิดท้าย ซึ้งมากพี่!!!!
หลังจากซาบซึ่งกับความยิ่งใหญ่มากพอแล้ว ก็ต้องกลับเข้าสู่ความเป็นจริงว่าเราเป็นสต๊าฟ จะหลบไปกินหอยทอดเหมือนกองเชียร์ไม่ได้ ต้องขึ้นไปเคลียร์สถานที่ ดีว่าเค้าเค้าทำกันเสร็จเกือบหมดแล้ว ไปถึงก็ขนของงกๆอย่างเดียว ก็ถามเหมือนกันว่าเชียร์ชเป็นไงบ้าง
ติ๊ด : อ่านป้ายเพลทไม่ออกเลย เขียนว่าพี้จั่นเกมส์ใช่มั้ย อ่านออกว่า "จั่นเกมส์"
อ.พรทิพย์ : ครูชอบค่ะ มันดูไม่เว่อร์เกินไป เหมือนโรงเรียนอื่น!!! (หมิ่นเล็กน้อย)
พี่เอื้อย : แกร้องเพลงไม่พร้อมเลย ลืมเพลงใช่มั้น มันเงียบไป
SOMEONE : ไหนบอกว่าปล่อยจรวดขวดน้ำไง?
(จรวดมันรั่ว เลยยกเลิกเอาวินาทีสุดท้าย)
"หลีดไม่ค่อยเด่นเลยนะ"
"ทุ่มเต็มร้อยก็เจ๋งแล้ว จะเอาไรอีก!!"
"ปีนี้เกษตรดูเรียบๆ ไม่หวือหวาอ่ะ แต่ก็ดูดี"
ถือว่าสมกับที่ตั้งใจไว้ คือให้ดูเรียบๆ แต่ต้องสง่า แข็งแรง จะบอกว่าได้แนวมาจากอ.อำนาจ ที่อย่าทำอะไรโจ่งแจ้งอล่างฉ่าง และเข้ากับแนวคิดให้ออกมาประมาณ SUPERHERO สง่างามและแข็งแกร่ง เราจะไม่ไปเป็นลิเกเหมือนโรงเรียนอื่นเด็ดขาด!!! หัวหน้าประกาศกร้าว
ขนของเสร็จขึ้นรถกลีบบ้าน นั่งโคตรแน่นเลยตอนแรกเกือบจะต้องนั่งกับหลีดแล้ว แต่ข้างๆอาจารย์ว่าง คงไม่มีใครกล้านั่ง เลยไปนั่งข้างอ.แทน ไม่อึดอัด
ถึงบ้านตอนห้าทุ่ม รถติดชิบหายเลย ตรงทางเข้ามหาลัยอ่ะ
จบแล้ว เย้!!!!!