KUS

สมัยประถม

posted on 26 Aug 2005 22:01 by kullatusto-san  in KUS

พอจำได้รางๆ ว่าตอนสมัครสอบทำอะไรบ้าง ที่ต้องทำก็คืออยู่เฉยๆ ให้พ่อแม่จัดการสมัครให้ แล้วก็สอบ!!! จำได้แค่นั้นเอง ตอนนี้พอมาดูบัตรสมัครแล้วขำแทบตาย เพราะชื่อคนรับคืออ.ชุลิณี นั่นเอง ในตอนนั้นยังไม่รู้เรื่องอะไรหรอก นอกจากนั้นก็จำได้แต่ว่า วันแรกที่เข้ามาในโรงเรียนรู้สึกอยากรู้อยากเห็นมากๆ แต่พอวันที่สองก็ออกลาย ร้องไห้ไม่อยากเข้า ไม่ชอบตั้งแต่ไม่มีให้นอนตอนกลางวัน หรือเวลาเข้าเรียนตั้งแปดโมง เทียบกับอนุบาลเก้าโมงมันง่วงเกินไป

ส่วนเรื่องฮือฮาตอนนั้นก็คือเรื่องข่าวที่ว่า มีลูกดารามาเรียนในชั้นเราด้วย!!! ตอนอยู่ในห้องเรียนเราก็ถามคนข้างๆว่า รู้ป่ะว่ามีลูกดารามาเรียนด้วย ใครรู้ป่ะ ทำนองนี้ แต่คนที่นั่งข้างๆเป็นใคร เราจำไม่ได้แล้ว

ยังไม่ทันตอบ คนที่นั่งหน้าเราก็หันมา แล้วบอกว่า

"ก็เราเองไง"

อ๋อ... พึ่งรู้ ว่าได้เรียนห้องเดียวกับลูกดาราด้วย แต่ก็ยังไม่รู้อยู่ดีว่าลูกใคร แต่จะไปถามเค้าตรงๆ กลัวจะหาว่าเสือก สืบเรื่องเอาเองถึงได้รู้ว่าตัวเองเรียนห้องเดียวกับลูกมาช่า(ก็กายไง จำได้ป่ะ) เหอๆ

ความจำแบบปลาทองในป.หนึ่งมีน้อยนิด ผ่านไปแว้บๆ เลื่อนไปป.สอง ซึ่งน่าเบื่อที่สุด ไม่มีอะไรประทับใจเลย ครูก็น่าเบื่อ ดุยังกะหมา จำได้แค่ว่าทุกวันพุธจะมีอ.สักท่านมาบังคับให้นั่งพับเพียบจะขาชา แล้วก็จะมาบ่น ดุ ด่า โดยเฉพาะเรื่องห้องน้ำสะอาด ซึ่งครั้งหนึ่งมีการจัดทัวร์ไปดมตามห้องน้ำต่างๆ ให้รู้ว่ามันเหม็นขนาดไหน แล้วเราสามารถรักษาความสะอาดห้องน้ำได้อย่างไร...จบ แต่ก็ไม่ได้ทำให้เรารักษาความสะอาดมากขึ้นเท่าไร ยกเว้นแต่จะเริ่มมีการรังเกียจพวกชอบเอาปากไปกรอกน้ำ ซึ่งจะไม่มีใครไปกดน้ำที่ตู้นั้นเลย

พอขึ้นป.สาม ซึ่งเราจะมีอิสระมากขึ้น ใส่นาฬิกาได้ เดินไปโรงอาหารเองได้โดยไม่ต้องตรวจบัตร ไปสหกรณ์และซื้อของได้(ตอนนั้นสหกรณ์อยู่ที่ใต้อาคารสอง) ป.สามก็จำอะไรไม่ค่อยได้ รู้สึกว่าปีนั้นจะไปแรลลี่โรงเรียนที่เขาใหญ่ แล้วอ.มาลินท์ได้ที่หนึ่ง เราได้ที่เก้ามั้ง และก็พึ่งรู้ว่าเราอยู่ห้องเดียวกับติ๊ดตลอดเลย(แล้วก็เป็นเพื่อนกันมาตลอดด้วย) อะไรอีกนะ ก็เรื่องงานประจำปี รู้สึกว่าปีนั้นต้องใส่ชุดว่ายน้ำเต้น(ของนร.หญิง) แล้วก็เรื่องสอบภาษาอังกฤษที่ได้ร้อยคะแนนเต็ม!!! อ้อ อีกเรื่องที่ไม่น่าจะลืมคือเรื่องของ...

จำไม่ได้แล้วหละว่าชื่อมันสะกดยังไง แล้วก็ไม่อยากบอกด้วยเดี๋ยวโดนหมิ่นประมาท เอาเป็นว่ามันเป็นถึงหลานของผู้ก่อตั้งโรงเรียน แต่พฤติกรรมเหี้ยที่สุดในจักรวาล อยางเช่นลามกชอบจับ.....ของเด็กคนอื่นๆ แล้วบอกว่าใหญ่หรือเล็กกว่าของมันอย่างไร(โอ้วววว...) หรือแกล้วสารพัดสารพัน จนอ.ทนไม่ไหว จัดโหวต"ผู้ที่มีนิสัยแย่ที่สุดในห้อง" ซึ่งจะถูกสั่งสอนอย่างสาสม แล้วมันก็ได้ตำแหน่งชนะเลิศไปอย่างขาดลอย......(รักเด็กมั้ยเนี่ย)

จบป.สามแล้ว และเราก็ถูกจับแยกกับติ๊ดไปเลย แล้วก็แทบจะไม่ได้อยู่ห้องเดียวกันอีก ตอนป.สี่ เป็นครั้งแรกที่ได้ชมเชยประกวดงานวันแม่(โฮะๆๆ) แล้วก็... ไม่ค่อยแน่ใจว่าโรงเรียนครบรอบยี่สิบห้าปีตอนนี้หนือเปล่า รู้แต่ว่าได้รางวัลมาด้วย เป็นป้ายสวยหรู และมีของรางวัลคือนาฬิกาตั้งโต๊ะ ที่ใช้ได้สามวันมันก็พังทันที(แสดงว่าเป็นของจากโรงเรียนแท้ๆ)แต่อย่าถามนะว่าเราวาดรูปอะไร ตัวเองยังนึกไม่ออกเลยจำได้แค่วาดรูปเซเลอร์มูน(ตอนนั้นดังมาก)ส่ง แล้วอ.ฐากูรก็เอาไปโชว์งานประจำปี จำได้แค่นั้นจริงๆ

ป.สี่ไม่ค่อยมีอะไร ยกเว้นอ.กิ่งกาญจน์ เหมือนจะเพิ่งจบปริญญามาแล้วมาสอนเลย พร้อมกับอ.โฆษิตซึ่งเป็นแฟนกัน สอนป.หก และถ้าเห็นสองคนนี้จะรู้ว่าพวกเขาเกิดมาคู่กัน อ.กิ่งกาญจน์สอนวิทย์ อ.โฆษิตสอนเลข แต่บางครั้งอ.กิ่งฯไม่ว่างก็จะเรียกอ.โฆฯมาสอนแทนได้ไม่ขัดเขิน แต่ส่วนมากตอนสอนก็จะมีเสียงโห่ฮาตลอด การเรียนวิทย์โดยมีอ.สอนเลขสอนให้จึงไม่ค่อยประสบผลสำเร็จนัก แต่ทำให้นักเรียนรู้จัก"การนินทาอาจารย์"

พอขึ้นม.หก สองคู่ชู้ชื่นก็หายไปแล้ว พร้อมกับมีอ.ประจำชั้นเป็นอ.เหี่ยวสองท่าน คืออ.วินัย และอ.สายสมร ต่างก็เคยสอนพี่เราทั้งนั้น อดไม่ได้ที่จะถูกนำไปเปรียบกับพี่เสมอๆ ปีนี้ก็ไปแบบสบายๆ เช่น มีทำโครงงาน ที่แค่ไม่มีหนังสืออ้างอิงก็ได้ได้เกรด 2 หรือมีการให้นักเรียนเอาหนังสือที่คิดว่าสนุก มาสะสมเปิดเป็นห้องสมุดแข่งกับโรงเรียน และจะมีหนังสือใหม่ๆ หมุนเวียนผลัดเปลี่ยนให้อ่านไม่ซ้ำในแต่ละเดือน แต่ที่หนักใจก็คือ โครงการส่งเสริมการเล่นกีฬาของอ.วินัย โดยแบ่งเป็นสองทีมเล่นบาสแข่งกัน ซึ่งเราโดด + แอบหนี บางทีก็อ้างว่าเจ็บโน่นเจ็บนี่ ทั้งหมดก็เพื่อจะได้ไม่ต้องเล่นนั่นแหละ

ส่วนพัฒนาการในป.หก คือการขยายสาขา จากนินทาอ.ในห้อง เริ่มมีขบวนการสืบข่าว นินทาอ.ห้องอื่นๆ และมีการตั้งฉายาให้ด้วย เช่นมีอ.คนหนึ่งชอบใส่แว่นดำมาสอน แถมยังชอบแว้ดแผดเสียงใส่เด็กประจำ เราก็เลยเรียกกันว่า"ผัวตบ"เพราะคาดเดาว่าภายใต้แว่นตาดำคือรอยเขียวช้ำที่ถูกผัวเธอเล่นงานมานั่นเอง

พอปลายๆป.หก เราก็มาได้ครึ่งทางแล้ว ตอนนี้เราเป็นพี่ของประถมไหนจะต้องไปมัธยมอีกส่วนใหญ่ก็ยังอยู่ไม่ได้หนีไปไหน มีบ้างแหละที่ออกไปเรียนที่อื่น แต่โดยรวมก็ยังเรียนที่นี่ต่อ ตอนปลายเทอมเราจะทำตัวเรียบร้อยเป็นพิเศษ ด้วยได้ยินชื่อเสียงของอ.นารี ณ ม.หนึ่ง อ.ป.หกถึงคนจะขู่นักเรียนที่ไม่ค่อยฟังว่า

"ถ้าทำตัวแบบนี้ ครูจะจับไปห้องอ.นารีให้หมด"