เจ้าชายน้อย

posted on 21 May 2008 23:53 by kullatusto-san

หลังจากอ่านบลอคฉิ่นที่ลงเรื่องเจ้าชายน้อย (แล้วมันก็หายวับไปแล้ว) ก็เกิดอาการคันมากกกกกกกกกกก.... อยากอ่านสุดๆ วันนี้มีเวลาว่างมาก เลยไปเดินสยาม ตามหาหนังสือเจ้าชายน้อย ปรากฎว่าตอนนี้ทั้งสยามมีขายอยู่ไม่กี่ที่เอง คิโนะก็หมดไปแล้ว มาบุญครองก็ไม่มี สุดท้ายเลยไปที่ศูนย์หนังสือจุฬาฯ ที่สยาม เลยสอยมาได้เล่มนึง ก็นั่งอ่านๆๆๆๆ ตอนนี้ก็อ่านจบละ

ที่จริงรู้จักเจ้าชายน้อยเป็นครั้งแรกตอนที่ลง a day (เก่าโคตรรรรร!!!!!!!) แต่ก็ห่างๆ ประการแรกคือ ตอนนั้นยังเด็กอยู่ อ่านหนังสือที่เป็นตัวหนังสือพรืดๆ แล้วเวียนหัว เลยจำได้แต่รูปงูแดกช้าง ดูตอนแรกก็เห็นเป็นหมวกๆๆ ตอนหลังมีรูปตัด เลยหันไปดูอีกทีถึงเห็นลูกกะตางู.... ก็นะ เขียนซะเล็กนิดเดียว ใครจะไปเห็น!!!!!!

ต่อมาตอนเรียนอ.แม้ว ก็เอามาแนะนำอีก หนังสือที่อ.แม้วเอามาให้อ่านนี่เป็นแบบแอดวานซ์ คือบางเล่มก็เป็นภาษาอังกฤษไปเลย อ่านไม่ออก ไม่งั้นก็อ่านแล้วงงๆ อย่างโลกของโซฟี หรือว่า เมื่อสวรรค์ให้รางวัลผมของโมริ เอโตะ อ.แม้วบอกว่าเป็นวรรณกรรมแบบโพสต์ โมเดิร์น คือจะบอกว่าอ่านจนจบไปสามรอบแล้วก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่ามันโพสต์ โมเดิร์นยังไงกันแน่ ก็ว่าละ เหมือนตอนเด็กๆ อ่านเต้าชายน้อยก็ไม่รู้เรื่อง อีกหน่อยก็คงเข้าใจ....

ว่าเรื่องเนื้อหากันดีกว่า...

หลายๆคน โดยเฉพาะคนที่เคยอ่าน น่าจะประทับใจกับประโยคที่สุนัขจิ้งจอกให้เหตุผลแก่เจ้าชายฯ หลังจากที่เจ้าชายสงสัยว่าทำไมอยู่ดีๆ ไอ้หมาตัวนี้ถึงมาขอให้ 'ฝึกให้เชื่อง'(เดา)

"สำหรับฉันเธอเป็นเพียงเด็กผู้ชายตัวเล็กๆ คนหนึ่งซึ่งเหมือนๆกันกับเด็กชายอื่นๆ อีกแสนคน ฉันไม่ต้องการเธอ และก็ไม่ต้องการฉันเช่นเดียวกัน ฉันก็เป็นเพียงสุนัขจิ้งจอกธรรมดาๆ ตัวหนึ่ง เหมือนสุนัขจิ้งจอกอื่นๆ แสนตัว แต่ทว่าถ้าเมื่อใดเธอคุ้นเคยใกล้ชิดกับฉัน เมื่อนั้นเราต่างก็ต้องการซึ่งกันและกัน เธอก็จะเป็นเด็กคนเดียวในโลกสำหรับฉัน และฉันก็จะเป็นสุนัขจิ้งจอกตัวเดียวในโลกสำหรับเธอด้วย"

แต่อ่านๆ จนจบเล่ม กลับรู้สึกถูกชะตากับย่อหน้าอีกย่อหน้าหนึ่งมากเป็นพิเศษ เป็นตอนที่เจ้าชายน้อยพูดกับนักบิน(คนเขียน) เดี่ยวกับดอกไม้บนดาวบี 612 ของเจ้าชายแก

"ถ้าใครคนหนึ่ง รักดอกไม้ดอกหนึ่งซึ่งมีเพียงดอกเดียวเท่านั้นในดวงดาวนับพันล้านดวง เพียงแต่เขาได้มองดูมันท่านั้นก็ทำให้เขามีความสุขพอแล้ว เขาจะรำพึงกับตัวเองว่า "ดอกไม้ของฉันอยู่ที่นั่นบนดวงดาวดวงหนึ่งนั้น..... แต่ถ้าแกะกินดอกไม้ดอกนั้นไปเสียก็เปรียบเสมือนดวงดาวทุกดวงดับพรึบพร้อมกัน ในสายตาของเขาผู้นั้น...."เรื่องเช่นนี้เป็นเรื่องไม่สลักสำคัญรึ?"

พออ่านๆดูแล้วรู้สึกว่าน่าสนใจดี เดี๋ยวจะเอาไปคิดต่อ ตอนนี้ง่วงๆแล้ว ไปนอนก่อน โปรดติดตาม

credit : ข้อมูลหนังสือจากหนังสือเจ้าชายน้อยนั่นแหละ ฉบับ อำพรรณ โอตระกูล แปล

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

ว๊าว นิทานแนวปรัชญานี่หาอ่านได้หลายเรื่องเหมือนกันนะเนี่ยช่วงนี้

#1 By [veho on 2008-05-22 20:23

เคยอ่านตอนเด็กๆ กุไม่ซาบซึ้งสักนิด
ตอนนี้ดีกรีเยี่ยวเหลืองเลเวลอัพแล้ว คงต้องกลับไปอ่านใหม่

#2 By alamode on 2008-05-22 21:07

รู้สึกเหมือนกันเลยค่ะพี่ ตอนแรกๆอ่านแล้วก็งงๆ อ่านตอนอยู่ประถมอ่ะจำได้ ไม่รู้อะไร ไม่เห็นจะรู้เรื่องเลย งูบ้าอะไรก็ไม่รู้ ไม่เข้าใจ....


แต่พอเราโตขึ้นกลับรู้สึกว่าเข้าใจอะไรๆมากขึ้นกว่าเดิมเยอะ อาจจะเพราะเราเริ่มจะรู้จักสิ่งต่างๆมากขึ้นแล้วมั้งค่ะ

แต่ชอบประโยคที่พี่บอกเกี่ยวกับจิ้งจอกจริงๆน่ะ รู้สึกว่าคนเรา บางทีเดินสวนกัน ไม่เคยคิดสนใจที่จะรู้จักกัน แต่พอวันนึงได้มารู้จักกัน อยู่ร่วมกัน ก็ทำให้ขาดกันและกันไปไม่ได้... เฮ้อ! มนุษย์ก็งี้แหล่ะ แล้วแบบนี้ เราจะกลัวที่จะรู้จักใครซักคนมั้ยน่ะ? ในเมื่อการรู้จักใครซักคนมันหมายถึงเราจะต้องรู้สึกผูกพันกับเค้าไปด้วย..

#3 By Flying_dreamer on 2008-05-25 23:54

เอาทางไหนเค่อะ ฉันฝากดวงพรไปมั้ยยยย
ขอบคุณที่สนับสนุนเค่อะอัพ

#4 By SHIKAK on 2008-05-27 01:12

เป็นหนังสือที่ชอบเหมือนกันค่ะ
อ่านแล้วได้อะไรหลายๆอย่างจริงๆ cry

เคยได้เป็นคอนเซปป์งาน Design ด้วยค่ะ 555 ช่วงนั้นถึงกับอ่านหลายรอบเพื่อตีความเลยทีเดียว

#5 By lusiferchan on 2008-05-27 01:13

รู้จักครับหนังสือเล่มนี้ แต่ยังไม่ได้อ่านซะที = ="

รู้สึกช่วงนี้กองเต็มจนจะทำอะไรไม่ได้แล้ว คงถึงเวลาเคลียร์ห้องซะที เหอๆ

#6 By wein on 2008-05-28 13:56

I really love this part of little prince.

#7 By xiaowangzi (58.8.182.249) on 2008-06-09 17:11