ความงามข้ามกาลเวลา

posted on 12 May 2008 23:38 by kullatusto-san

วันนี้ไอ้ True Vision แม่งเป็นไรก็ไม่รู้ เจ๊งเกือบทั้งวัน กว่าจะดูได้ก็สี่โมงเย็นแน่ะ เลยได้โอกาสดูดีวีดีที่ซื้อมา ก็ดีนะ เค้าพาไปดูวิธีการออกแบบน่ะ ของหลายๆคน มีพิพิธภัณฑ์ของซาฮาด้วย มีบ้านที่พลาดิโอออกแบบ(เก่าเชียว) แล้วก็รัฐสภา... อีกเยอะๆ มีเป็นตอนๆ น่ะ

ตอนที่ดูอันนี้ Yoyogi Gymnasium ของ Kenzo Tange อันนี้แม่มาดูด้วย ก็บอกว่าสวยดีนะ ที่ไหนเหรอ เราก็บอกว่าอยู่ที่ญี่ปุ่นนั่นแหละ แม่ก็บอกว่าเป็นโครงการเมืองใหม่ของญี่ปุ่นรึเปล่า?

เราก็บอกว่า โหยยย อันนี้มันสร้างมาหลายปีแล้วนะ คืองี้ๆ อันนี้เป็นสนามกีฬาที่สร้างตอนที่โตเกียวเป็นเจ้าภาพจัดงานโอลิมปิก โน่นนนน สามสิบกว่าปีแล้วมั้ง แม่ก็บอกว่าแปลกดี สร้างมาตั้งนานแล้ว ยังสวยอยู่เลยยยย

 

 

Tange เป็นสถาปนิกญี่ปุ่นที่ดังมากกกก คนนึง เค้าเป็นคนที่หาทางผสมรูปแบบโมเดิร์นจ๋ากับงานสถาปัตยกรรมประเพณีแบบญี่ปุ่น ก็ออกมาเป็นแบบที่เห็นนี่ คือหล่อคอนกรีตออกมาให้ดูการถ่ายแรงเหมือนโครงสร้างไม้ อันสนามกีฬานี่ก็ออกมาเป็นแบบหลังคา เมื่อก่อนหลังคาเค้าจะมุงเหมือนใบจาก พอโดนลมมันก็ปลิวได้ เค้าจะมีไม้ไผ่ไปกดตรงสันหลังคาไม่ให้มันปลิว แบบนี้อาคารหลังคามุงจากในไทยก็มีนะ

ดูสารคดีก็แปลกใจเหมือนกัน เพราะว่าตอนนี้สร้างมาหลายสิบปีละ ก็สวยสวยอยู่เลย โครงสร้างสุดยอด เป็นโครงสร้างขึง ถ่ายแรงแบบสะพานแขวน

ว่าแล้วก็ขอโปรโมตหนังสือ

ความงามข้ามกาลเวลา : สุนทรียธรรมในศิลปะและชีวิตประจำวัน

โดย จอห์น เลน แปลโดยสดใส ขันติวรพงศ์

หน้าปกเป็นงานชื่อ Sleeping Muse อ่ะนะ

คนที่เอาหนังสือเล่มนี้มาแนะนำ.... คืออาจารย์ฝน (อีกแล้ว) เค้าบอกว่าตอนตรวจแบบมีคนถามว่า ทำยังไงงานถึงจะสวยตลอดกาล (เหนือกาลเวลา) อ.ก็แนะนำหนังสือเล่มนี้มาให้ หาซื่้อยากหน่อย ตอนเราไปซื้อที่ศูนย์หนังสือจุฬาฯ ที่สยามหมดไปแล้ว เหลืออยู่ที่ศาลาพระเกี้ยว มีสามเล่ม ซื้อไปแล้วเล่มนึง ดูในเวบก็พอมีอยู่บ้าง

ในการเรียนออกแบบหลายๆครั้งเลยละที่ทำงานออกมาแล้วรู้สึกว่ามันไม่สวย ถึงเรียนดีไซน์มาแล้วก็เหอะ บางครั้งลองประยุกต์ความรู้มาแก้ก็รู้ึกว่า เอ๊ะ! ทำยังไงๆ ก็ไม่สวยซะที หรือบางครั้งทำออกมาก็สวย แต่พอผ่านไปสองสามเดือนกลับมาดูก็รู้สึกเฉยๆ เหมือนความสวยลดลง แน่นอนล่ะว่าปัญหาอย่างนี้ เจอกันเกือบทุกคน ปัญหาที่ว่านี้ อ.บอกว่ามันมีมาตั้งนานแล้วววววว ถาเรียนๆไปก็พอจะเดาๆ ได้ว่านักออกแบบรุ่นก่อนๆ เค้าแก้ปัญหากันยังไง อ่านหนังสือเล่มนี้ ก็ช่วยได้ 

ในหนังสือมันเพ้อๆหน่อย เหมือนหนังสืออ.แม้ว อ่านแล้วบางคนอาจจะหงุดหงิดๆ รู้สึกว่าคนเขียนหัวโบราณมากกกกกกก ให้อ่านหลายๆรอบ จะเริ่มเข้าใจ (ถ้าไม่ขว้างทิ้งไปซะก่อน) แต่ขอยืนยันว่าหนังสือเล่มนี้ดีจริงๆ นะ

ยกตัวอย่างในหนังสือมาเรียกน้ำย่อย

" มีมนุษย์อยู่สามประเภทที่สร้าง

สิ่งสวยงาม ขุนนางสร้างกิริยามารยาท

ที่งดงาม เพราะฐานะของพวกเขาอยู่

เหนือความกลัว ชาวชนบทสร้าง

เรื่องราวและความเชื่อที่งดงามเพราะ

พวกเขาไม่กลัวและไม่มีสิ่งใดจะสูญเสีย

ส่วนศิลปินสร้างสิ่งงดงามอื่นๆที่เหลือ

เพราะพระเจ้าทรงสร้างศิลปินให้บ้าระห่ำ

มันเป็นอย่างนี้มาแต่โบรณ เพราะหาก

ไม่กลัวเสียแล้ว มนุษย์จะทำอะไรก็ได้ที่เขาอยากทำ "

อีกอันๆ อันนี้ ครอบคลุมกว่าๆ

วามงามคือความจริง ความจริงคือความงาม

นั่นคือโลกทั้งหมดที่เจ้ารู้ และจำเป็นต้องรู้ 

credit : รูปหนังสือจากเวบ Double A Book Tower

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

โดมสวยจังcry
หนังสือก็น่าสนแฮะ
เด๋ววันที่ 14 แวะไปดูดีกว่าbig smile

#1 By greateve2b on 2008-05-13 00:13

แล้วทำไมอาจารย์ต้องออกข้อสอบให้ยากด้วยอ่ะ อยากจะไม่กลัวน่ะ แต่ก็ทำใจไม่ได้ ฮ่าๆๆๆ อนาถใจจริงๆ


reviewหนังสือเล่มนี้ที ทำเอาอยากอ่านไปเลยน่ะเนี่ย สงสัยต้องไปหาอ่านซะแล้ว

big smile

#2 By Flying_dreamer on 2008-05-13 00:33

รีเควสรีวิวด้วยครับ..open-mounthed smile
แฟชั่นสิ่งก่อสร้าง เปลี่ยนไว เดี๋ยวตกยุค เดี๋ยวกลับมาฮิต
อยากรู้วิธีเหมือนกัน

#3 By c vane on 2008-05-13 00:43

งานสถาปัตยกรรมของญี่ปุ่นเจ๋งๆนี่เยอะเลย ^^ สุดยอด ~

#4 By wein on 2008-05-13 14:24

ความจริงเห็นเล่มนี้ที่งานสัปดาห์เหมือนกัน
ตอนแรกก็ว่าจะซื้ออยู่แล้วล่ะ เพราะอาจารย์ฝนแนะนำ
แต่พอเปิดลองอ่านดูเท่านั้นล่ะ...เฮ้อ...

วางคืนเค้าไปเหมือนเดิม!!! sad smile

#5 By +panpandog+ on 2008-05-13 21:42

สวยดีว่ะ เป็นอะไรที่ทำยังไงก็ไม่ได้อย่างงั้นแฮะ
หนังสือน่าสนใจมากๆ แลดูแฝงด้วยปรัชญาบางประการ
แต่สงสัยอย่าง อ่านจบแล้วจะทำให้งานสวยอมตะได้จริงๆเรอะ

#6 By alamode on 2008-05-14 22:18

เห อยากไปหาอ่านบ้าง
ถ้าอย่างนั้นเราควรจะพากันบ้าระห่ำงั้นสิopen-mounthed smile

#7 By Chocolate Emotion on 2008-05-14 22:19