ตอบ FAQ #2
posted on 30 Mar 2008 00:00 by kullatusto-sanพี่อยู่ถาปัตที่ไหนภาคอะไรครับ / [veho
พี่อยู่ถาปัต จุฬาฯ ภาคถาปัตนั่นแหละ นึกว่าจะรู้แล้วซะอีก มีลิงค์อยู่ที่แถบข้างๆด้วยเน้อ
ผมเลือกสาขาไม่ถูกทำไงดีพี่ แลนกะถาปัต คิดไม่ตกจริงๆ
อ้าว มาถามแบบนีแล้วจะให้ตอบยังไงล่ะ
ถ้าพูดแบบใจจืดใจดำ โหดร้ายมากๆ ก็ขอบอกให้เรียนอินทีเรียไปเลย ไม่งั้นจะเกิดอาการรักพี่เสียดายน้อง แบบว่าไอ้นู่นก็ดี ไอ้นี่ก็อยากได้ วิธีแก้คือไม่ต้องเอาเลยทั้งสองอย่าง
ไม่อย่างนั้นพอน้องเข้ามาเรียนในคณะนี้สมใจ พอน้องจิตตก คิดงานไม่ออก ถ้าน้องอยู่ถาปัตก็จะบ่นว่า น่าจะเลือกแลนด์ ได้เที่ยวเยอะแยะ จบมางานก็เยอะ ไม่เหมือนถาปัตต้องนั่งทำงานงกๆ เงินน้อย เหนื่อยอีกต่างหาก แต่ถ้าน้องเรียนแลนด์ พอจิตตกก็จะคิดว่าน่าจะเรียนถาปัตดีกว่า จะได้นั่งสั่งคนโน้นคนนี้ได้สมใจ เวลาออกแบบบ้านหลังนึงน่ะ สถาปนิกเค้าทำเองทั้งบ้าน อินทีเรีย ลามไปถึงสวน ไม่ต้องมาจ้างคนอื่นจัดให้เมื่อยตุ้ม พาลจะมาว่าพี่อีก ว่าแนะหนทางสู่ความล้มเหลวให้
ทั้งแลนกับถาปัตอยู่ในคณะเดียวกัน คือคณะสถาปัตยกกรมศาตร์ พูดถึงคำว่าสถาปัตย์ คนที่เข้าใจคำว่าสถาปัต์จริงๆ มีน้อยมากกกกกกกกก ในเมืองไทยนี่มีถึงหาคนรึเปล่าก็ไม่รู้ คนที่ออกแบบงานถาปัตเพียวๆ แล้วออกมาดี มีไม่กี่คนจริงๆ ส่วนใหญ่มักจะสับสนระหว่างคำว่าสถาปัตยกรรม กับประติมากรรม บางคนก็จับมันรวมกันไปเลย ซึ่งก็ไม่ใช่ของผิดอะไร ถึงแม้จะเป็นแลนด์ นิยมฝังเมล็ดพืชมากกว่าเสาเข็ม ก็ไม่ได้หมายความว่าแลนจะทำประติมากรรมไม่ได้นี่นะ
ถามว่าถาปัตกับแลนต่างกันยังไง คำตอบคือแทบไม่ต่างกันเลย ในความคิดของพี่ เพราะมันก็พูดถึงเรื่องการใช้พื้นที่เหมือนกัน ออกแบบบก็ไม่ค่อยต่างกัน เวลาออกแบบถาปัต น้องจะต้องคิดตั้งแต่ว่าจะวางอาคารตรงไหนของที่ โดยคำนึงถึงมุมมอง การใช้สอย กฎหมายและอื่นๆ ต้องคิดด้วยว่าคนจะเข้าประตูตรงไหน ยังไง แล้วจอดรถตรงไหน จากนั้นเดินยังไงให้เข้ามาถึงตัวอาคาร แล้วตรงไหนจะปลูกต้นไม้แบบไหน ยังไง ตรงไหนเป็นบ่อน้ำ เสร็จแล้วส่งต่อให้แลนด์ไปขยายความ ส่วนแลนเพียวๆ ก็จะเน้นทำงานอีกแบบนึง ซึ่งพี่เองก็ไม่รู้ ไม่ได้เรียน แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะออกแบบเรื่องพวกนี้ไม่ได้ สิ่งเดียวที่ดูๆมาแล้วแลนด์ยังไม่ค่อยแม่นเท่า คือโครงสร้างแปลกๆ อันนี้ไม่ค่อยมีกัน
ส่วนที่ต่างกันก็คือวุฒิที่ได้ ซึ่งสำคัญมากๆๆๆๆๆ เพราะมันจะบอกว่าอนาคตของน้องจะเป็นไง สามารถออกแบบอะไรได้บ้าง แล้วจะข้ามสายไปทำอะไรได้บ้าง ลองหาดูในเน็ตไม่น่าจะยาก พวกสภาสถาปนิกอาจจะมีก็ได้ ไม่แน่ใจเหมือนกัน
ถ้าความเห็นของพี่ แลนด์จะไม่ถนัดอยู่อย่างคือโครงสรา้งแปลกๆ อย่างที่เคยบอกไว้ อันนี้สังเกตุจากการดูงานของคนอื่นๆ งานของแลนด์ก็... ก็เหมือนสวนน่ะ เพื่อนพี่บอกว่าอาจารย์เค้าชอบแบบนี้ แล้วโปรแกรมที่พี่เคยดูก็มีแต่จัดสวน จัดสนามเด็กเล่น บางทีพ่ี่ยังคิดว่าถ้าแลนอยากจะลบข้อครหาว่าจบไปทำสวนจริงๆ แลนน่าจะลองออกแบบอะไรสักอยา่งที่เป็นความสามารถพิเศษของภาคเค้า แล้วลองไม่ใช้ต้นไม้สักต้นเลย ให้มันดูเกินสวน ไรงี้ ก็น่าจะดูดี อย่าง Yokohama Port ในขณะที่ถาปัตมันออกแบบอาคาร มันพุ่งได้ทั้งความสูง และก็ความกว้าง บางทีมันก็ตื่นเต้นดี มีอะไรแปลกๆ
พี่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมคิดไม่ถุกว่าอยากจะเรียนอะไร แปลกนะ สงสัยอะไรเหรอถึงได้คิดไม่ออกน่ะ เอาเป็นว่าถ้าน้องไม่รู้จะเรียนอะไรดี คนที่ควรถามมากที่สุดน่าจะเป็นตัวสถาปนิกเองซะมากกว่า เพราะว่าทำงานมานาน น่าจะรู้อะไรมากกว่านะ ลองไปตามที่รับสอนวาดรูปถาปัตพวกเนี้ย บางทีก็มีพวกสถาปนิกมาเปิดออฟฟิศด้วย สอนไปด้วยก็มี หาโอกาสคุยกับเค้าดูก็ได้ ญาติพี่คนนึงเคยอยากเรียนถาปัตมากๆๆๆๆๆ เหมือนน้องนั่นแหละ พอคุยๆไปเค้าก็บอกว่าไม่อยากเรียนแล้วววว ไปเรียนบัญชีเฉยเลย
ถ้าอยากรู้ว่างานมันต่างกันยังไง มีอยู่สองบลอคที่พี่เข้าไปอ่าน คือที่นี่ กับที่นี่ แล้วลองเปรียบเทียบดูว่างานทั้งสองแบบ น้องชอบอันไหนมากกว่ากัน ไม่ใช่ว่าอันไหนสวยกว่ากันนะ แต่คิดว่าน้องสนใจอันไหนมากกว่า ก็เอาอันนั้น
กลัวเรียนไม่รอดทำไงดีพี่
เป็นคำถามที่ร้ายแรงมาก เด็กคนไหนอยากเรียนถาปัตย์ แล้วถามคำถามแบบนี้ จะต้องเข้าคอร์สปรับทัศคติอย่างเร่งด่วน ก่อนที่จะปล่อยให้ความคิดนี้กัดกินจนดำดิ่งสู่ความมืดมน
ประการแรก ถ้าน้องมีหน้าตางดงาม บ้านรวยมาก มีนามสกุลดีๆ อยู่ในแวดวงไฮโซ เคยถ่ายโฆษณา ขอบอกว่าไม่ต้องกังวล ในเมืองไทยมีเยอะมากๆๆๆๆๆๆ พวกสถาปนิกที่อาศัยนามสกลุเข้ามาเป็นใบเบิกทาง มีออฟฟิศในตึกสูงใจกลางเมือง นั่งหล่ออยู่ในออฟฟิศ แต่เวลาทำงานก็ไปก๊อปงาน Mies หรือว่า Rem Koolhass มาสร้าง แล้วสเปควัสดุแพงๆ ให้ได้ค่าแบบเยอะๆ สุดท้ายก็ได้อาคารกระจกโง่ๆ มาหลังนึง แล้วไปเชิญไฮโซมางานเปิดตัวเยอะๆ สุดท้ายก็มีสมาคมอะไรสักอย่างมามอบรางวัลอาคารสวยให้
เมืองไทยมีนักออกแบบพวกนี้อยู่เยอะมากๆๆๆๆๆ ไปเดินตาม TCDC มีให้เห็นอยู่บ่อยไป
สถาปนิกบางคนพอมีคนมาจ้างปุ๊บ สิ่งที่ทำเป็นอย่างแรกคือเดินไปคืโนะคูนิยะ หรือว่าเดินไปบีทูเอส เปิดๆหนังสือออกแบบเมืองนอก แล้วเอามาตัดปะๆ มีเยอะแยะ ซึ่งก็ไม่ผิด แต่ขณะเดียวกันก็ไม่ถูก
แต่ถ้าน้องไม่มีอะไรตรงตามที่พี่บอกเลย ขอบอกว่ายินดีด้วย จากการคุยกับอาจารย์คนนีงที่เก่งมากๆๆๆๆ(อ.ฝน คนเดิม) บอกว่าคนที่ประสบความสำเร็จในการเรียนถาปัต ทำงานดีๆ(ไม่ใช่สวยๆ) มักจะเป็นเด็กจากต่างจังหวัด ยิ่งห่างไกลตัวเมืองเท่าไหร่ยิ่งดี อ.บอกว่าไม่รู้เหมือนกันทำไม แต่พี่เดาว่าเพราะว่าเค้าได้อยู่ใกล้ธรรมชาติ งานสถาปัตยกรรมที่ดีนั้นต้องเป็นธรรมชาติ หลายๆคนมักจะบ่นว่าคิดงานไม่ออก จริงๆแล้วถึงระดับนึงน้องจะรู้ว่าการออกแบบถาปัตนั้นมันไม่ยาก น้องแค่ป้อนข้อมูล วิเคราะห์ข้อมูลต่างๆ ใส่คอนเซปต์ลงไป แล้วพอน้องขึ้นแปลนปั๊บน้องจะรู้ได้เองว่ามันผิดยังไง แล้วก็แก้มันไปเรื่อยๆ ไม่ต้องคิดอะไรให้ปวดหัวเลย ถ้าน้องมัวไปคิดว่าอยากได้งานแบบนี้ๆ หรือมัวแต่บ่นว่าคิดไม่ออกๆ สุดท้ายน้องจะได้งานที่ดูฝืนๆ ไม่เป็นธรรมชาติ เอาเป็นว่าพอน้องเข้ามาเรียนแล้วจะเข้าใจเองว่าหมายความว่าอย่างไร
แน่นอนว่าการเรียนในคณะนี้ไม่ง่าย แต่ขณะเดียวกันก็ไม่ยาก จริงๆแล้วการเรียนถาปัตนั้นง่ายมากๆๆๆ ง่ายกว่าคณะอื่นๆ แถมมีความสุขกว่า(ถ้าชอบเรียน) โอเคล่ะว่าช่วงแรกๆ มันจะมีล้มแบบ มีทำงานไม่ออกบ้าง แต่ก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่ เรียนมาไม่กี่ปี จะให้เป็นอัจฉริยะเลยคงยาก สถาปนิกแต่ละคนๆ จะประสบความสำเร็จได้ มีแต่แก่งั่กๆ ทั้งนั้น
สรุปก็คือไม่มีอะไรต้องกังวล เรียนถาปัตถ้าขยัน สนใจหาความรู้ แค่นี้ก็ไม่ใช้เรื่องยาก มีอะไรสงสัยให้ถมอาจารย์ ถามเยอะๆ ไม่ต้องกลัวเค้าดุ ถามพวกรุ่นพี่ก็ได้ ถามได้ทุกอย่าง เคยมีคนถามอาจารย์(อ.ฝน คนเดิม) ว่าทำแต่งานๆ อย่างนี้ไม่กลัวไม่มีแฟนเหรอยังเคยมรคนถาม เลยเดาๆ เอาว่าอยากถามอะไรก็น่าจะได้หมดทุกเรื่องแหละ
จากนี้ไปอยากทำอะไร / tameaw
โหยยยย... บอกว่าถามแบบสิ้นคิด แต่ตอบยากมากๆเลยพี่
บางครั้งคิดแบบจริงจังมากเลยว่าไม่อยากเป็นสถาปนิกละ คิดว่าเคยออกแบบ้านมาสามหลัง ออฟฟิศหนึ่งหลัง ศูนย์ชุมชนอีกหนึ่ง โคมไฟก็เคยออกแบบ ร้านขายของ ซุ้มวินมอเตอร์ไซค์ ซู้มขายบัตรละครถาปัต พอคิกว่าจะต้องเรียนออกแบบไปอีกสามปี ไม่รู้ว่าถึงตอนนั้นไฟสถาปนิกในตัวมันจะลุกพรึ่บ!!!! หรือว่าจะดับมอดไปเลย
บางครั้งก็คิดละว่าเบื่อละ ไม่อยากออกแบบ อยากลองทำอะไรใหม่ๆบ้าง ที่จริงเรียนออกแบบก็สนุกดี เวลาทำงานที่ไรถึงมันจะซ้ำๆ ทำรายงาน หาข้อมูล วิเคราะห์โปรแกรม เขียนแบบๆๆๆๆๆๆ แค่ก็คิดว่าเป็นการทำครั้งแรกทุกที ก็เลยไม่ค่อยเบื่อนัก
กลับไปอ่านแล้วก็งงๆ สรุปว่าเบื่อหรือไม่เบื่อกันแน่ ตอบใหม่ชัดๆเลยว่าเบื่อ!!!!! อยากลองเปลี่ยนแนวตัวเองดู เพราะว่าคำวิจารณ์แต่ละทีก็เหมือนเดิมๆตลอดสองปีท่ีผ่านมาเนี่ย แต่ไม่รู้เหมือนกันว่าจะทำไหวรึเปล่า
หรือไม่ัง้นก็กลับไปต่อโทที่คณะที่อยากเข้าตอนเด็กๆ คืออักษร ไปสอนหนังสือ อ่านหนังสือ ทำวิจัยไปเรื่อยๆ มาคิดอกทีก็คงไม่เอา เพราะสุดท้ายก็คงจะเบื่อ แล้วอยากหาอะไรใหม่ๆ ทำอีก
ให้ยกข้อดีและข้อเสียของตัวเองมาอย่างละเรื่อง
อันนี้แหละยากสุดๆ!!! เรื่องแบบนี้คิดว่าคนตอบน่าจะเป็นคนอื่นมากกว่า ตัวเราบางทีมองข้อดีข้อเสียตัวเองไม่ถูกเหมือนกันนี่
เคยมีคนบอกว่าข้อเสียของตัวเองคือ พูดมาก อันที่จริงสำหรับบางคนก็พูดมาก บางคนก็ไม่พูดเลย บางคนก็ไม่ชอบ บอกว่าพูดไม่หยุด รำคาญ แต่บางครั้งก็เป็นข้อดีคือรำคาญใครแล้วใช้วิธีพูดมากๆๆๆ บ่นใส่ แล้วมันก็จะหนีไปเอง
สรุปคือ คิดว่าการพูดของตัวเองนี่แหละ เป็นทั้งข้อดีและข้อเสยีในเวลาเดียวกัน บางคนฟังแล้วก็ชอบๆๆๆๆ สนุกดีก็มี บางคนก็รำคาญ อีนี่ พล่าม ก็มี
ทำไมถึงอยากเรียนสถาปัต เกิดอะไรขึ้นไปมอง มีอะไรดลใจอินสปายให้อยากเรียน แล้วอยากเรียนตั้งแต่เมื่อไหร่ / SHIKAK
ง่ายมาก อยากเรียนถาปัตจริงๆ ก็ตอนม.3 ตอนนั้นช่อง Discovery Channel เอาสารคดีอะไรสักอย่างมาฉาย จำไม่ได้ แต่ว่าเกี๋ยวกับพวกวิศวกรรมโครงสรา้งนั่นแหละ พวกรถไฟข้ามแอตแลนติกงี้ เคหการที่โตเกียวสูงกิโลนึง เมืองขนาดยักษ์ที่วางเป็นรูปปิรามิด ยังจำได้อยู่เลยว่าสารคดีมันพูดว่าอะไร อยากจะเอามาลงบลอคมั่งเหมือนกัน

สะพานข้ามช่องแคบยิบรอลตาร์ ช่วงเสากว้างแปดกิโลเมตรแน่ะ ลองเทียบดูว่าเสามันสูงซะขนาดไหน

อันนี้เป็น Tokyo Sky City ตึกมันสูงกิโลเมตรกว่าๆ อันนี้ตัดมาให้ดูเฉพาะยูนิตนึง คือตัวตึกมันเป็นยูนิตขนาดนี้ซ้อนๆ กันขึ้นไปน่ะ
ตอนนั้นรู้สึกว่าของพวกนี้มันมหัศจรรย์มากๆ คิดว่าความคิดแบบนี้แหละ เหมาะมากกับยุคโมเดิร์น อย่างเคหการ ที่เค้าบอกว่าอยู่ในเมืองมันแออัด พื้นที่สีเขียวน้อย เดินทางไกลๆ ก็ลำบาก ก็เลยคิดว่าทำเมืองเป็นตึกยักษ์ มีรถไฟฟ้าวิ่งรอบตึกทุกๆยี่สิบสามสิบชั้น ตรงกลางเป็นสวนสวย นอกตึกก็เป็นป่าไปเลยย แล้วเค้าคิดรอบคอบมาก คือคิดหมดว่าถ้าไฟไหม้จะจัดการยังไง แผ่นดินไหว พายุมา เค้าคิดหมด ละเอียดจริงๆ บางความคิดเค้าก็เอาไปปรับใช้แล้วสร้างจริงๆ ประสบความสำเร็จก็มี อย่าง Roppongi Hills ก็ใช่ หรืออย่ารถไฟข้ามแอตแลนติก ก็คิดว่าทำยังให้สู้เครื่องบินได้ เค้าแก้ปัญหาเรื่องความเร็วยังไง เรื่องการก่อสร้าง วัสดุ สรีระมนุษย์ ความปลอดภัย ไฟไหม้นี่คิดหมดเลยนะ
แต่ตอนนี้มาคิดสร้างสักวันมันอาจจะเป็นสลัม เมืองผีก็ได้แฮะ ดูจากที่เรียนๆมา เอาเป็นว่าถ้าถามว่าไปดูอะไรมาถึงอยากเรียน ก็ตอบว่าอันนี้แหละ
จบสถาปัตมา อั๊พจะทำสิงใดเป็นอย่างแรก
นอน.... แน่นอนที่สุด!!!!!!!
ชอบอัลบั้ม และเพลงใดของ อูทาแดะ ฮิคารุที่สุด
สารภาพตรงๆว่าเมื่อก่อนไม่ได้ชอบฮิคารุเล้ยยยยยยย!! มีชอบอยู่แว้บนึง แล้วตอนนี้ก็กลับมาเฉยๆ แบบว่าชอบงานของหลายคนอย่างเท่าเทียมกัน อีกอย่างตั้งแต่เข้าคณะนี้ไม่ค่อยมีเวลาฟังเพลงอะไร ฟังแต่ตอนอยู่บนรถเมล์แล้วเค้าเปิดสินเจริญเบรคฟาสต์โชว์ อะไรเทือกๆนี้ซะมากกว่า
เพลงของเค้าที่ชอบสุด และก็เป็นเพลงที่ทำให้เริ่มหันมาฟังเพลงญี่ปุ่นบ้าง คือ Traveling อัลบั้ม Deep River มั้ง หลังจากนั้นก็เริ่มฟังเพลงญี่ปุ่นบ้าง รู้สึกว่าเพลงเค้าเจ๋งดี น่ารักๆ สบายๆ
มันย่อมาจาก อะไรครับ แต่เหนมันอยู่ใน อินเตอเนต รึเปล่า / หนุ่มคอมอาร์ต กะ สาวนิเทศศิลป์
ไอ้หยาาาา!!!!! หมายถึง FAQ ย่อมาจากอะไรใช่มั้ย มานั่งนึกคำที่เกี่ยวของ Answer.... Question..... เรียงมันไม่เป็นประโยคได้เลย
ไปดูในวิกิพีเดีย เค้าบอกว่า FAQ ย่อมาจาก FREQUENTLY ASKED QUESTION แปลว่าคำถามที่ถูกถามบ่อยๆ ในเวบเค้าจะรวบรวมคำภามพวกนี้มา แล้วก็ตอบไว้ให้ จะได้ไม่ต้องไปคอยตอบซ้ำๆ ให้เมื่อยตุ้ม
แล้วที่ทำเนี่ยมันถือเป็น FAQ ได้มั้ยล่ะนั้น!?!
#1 By Lover Boy on 2008-03-30 00:38