ไม่ได้ไปดูหรอกไอ้จตุรมิตรนั่นน่ะ เห็นธัชว่าจะไปดู(ดูอะไร -- รู้นะ) แต่อาศัยดูๆจากบลอคอื่นๆเอา ก็สวยดีนะ แต่หารูปยากชิบหาย เท่าที่เห็นแบบว่า... สาธิตสามัคคีนี่กระจอกไปเลย!!!! อย่างน้อยกองเชียร์เค้าไม่ได้มีแค่ 180 คนอย่างเราแหงๆ ขนาดปีที่แล้วจัดที่สนามจุ๊บกองเชียร์ยัง..... หนึ่งในสี่เองมั้ง เล็กเป็นบ้าเลย รายละเอียดก็คุยกับไอ้ธัชละกัน มันอาจจะบอกว่า เห็นผู้ชายแมนๆตีกัน.. อุ๊ยชอบบบ เอ๊ย!! ไม่ใช่สิ แบบว่าแข่งฟุตบอลสนุกมั้ย อะไรเงี้ย
คราวนี้เริ่มที่ตอนม.สี่ จะข้ามเรื่องอาจารย์ นักเรียนไปก่อน แต่เราจะมาพูดถึงเรื่อง.. ค่ายม.สี่
อันว่าค่ายม.สี่ โรงเรียนเขาจัดให้เพื่อสร้างความสามัคคี หรือสร้างความร้าวฉานก็ไม่รู้ แต่ปกติแล้วเขาจัดขึ้นเพื่อให้ทั้งระดับมันดูมีอะไรๆเป็นหนึ่งเดียวกันบ้าง ผู้ที่ให้ความรู้เรื่องค่ายได้ดีคนหนึ่งคือ อ.สุรีพันธ์
อ.มักจะเล่าประวัติศาสตร์ของค่ายม.สี่ไปพร้อมๆกับการสอนภูมิศาสตร์ โดยเฉพาะช่วงพายุเกย์เข้าจะมันเป็นพิเศษ ประมาณว่า โหยยย.. คุณนะ ตอนนั้นหาดวนกร(สำหรับคนที่ไม่รู้ หาดวนกรเป็นที่ๆใช้จัดค่ายทุกปี)เจ๊งหมดเลย เลยต้องไปที่แหลมสารพัดพิษ ตราด(ตั้งชื่อได้สร้างสรรค์มากๆ) ที่ตรงนั้นเคยเป็นที่เขมรอพยพลี้ภัยมนะค่ะ มีคนตายเป็นหมื่นๆ เค้ายังตั้งพิพิธภัณฑ์ไว้เลยนะ แต่รุ่นนั้นเค้าไม่ได้เข้าไปหรอกค่ะ ขืนเข้าไปแล้วรู้ว่าที่ตรงนั้นมีคนตายเป็นหมื่นๆ จะอยู่ยังไงไหว...
เป็นอันว่าค่ายรุ่นเรามันก็จัดที่วนกรอยู่ดี เคยได้ยินมาว่ามีความคิดจะย้ายไปที่น้ำตก แต่ทะเลมันย่อมตื่นเต้นกว่าน้ำตกเป็นไหนๆ ความคิดนี้เลยตกไป
ก่อนที่เราจะไปค่าย ทั้งเทอมนั้นจะไม่ต้องมาจับกลุ่มทำกิจกรรมบ้าบออะไรนั่น แต่เรา-- หมายถึงอ. จะมีเกมส์มาให้เล่น อย่างอาทิตย์แรกจะแบ่งห้องออกเป็นสองส่วน ให้ส่วนนึงออกไปยืนเป็นวงกลม ให้เชือกฟางมาม้วนนึง กติกามีอยู่ว่าเดี๋ยวอ.จะแจกไข่ไก่ให้ใบนึง ให้เอาเชือกฟางมา ทำไงก็ได้ทำให้ไข่มันไม่ตกพื้น โดยใช้คนที่ยืนเป็นหัวตอนั่นแหละ เข้าใจนะ อธิบายมันยาก อันนี้ก็เฉยๆ เพราะเราเป็นส่วนที่สอง คือยืนดู สักพักโอ่งเดินมาพูดกับใครก็ไม่รู้
"ครูว่าห้องเรา(ก็ห้อง4/6นั่นแหละ)เป็นตัวเก็งนะคะ"
ว่าแล้วก็ทดสอบโดยยกไก่ขึ้น อ.จับเวลาแล้วก็.... ผ่าน!!!
โอ่ง : อ๊าาาาาา.....งงงงงงงงส์....
"ครูชอบลุ้นค่ะ"
(ที่จริงมันก็ผ่านทุกห้องแหละ)
อีกเกมนึงก็... อ.บอกว่าเป็นเกมที่เพิ่งคิดขึ้นมาปีแรก คือเอาส่วนที่สองของงานที่แล้ว ที่ยืนดูเฉยๆ มาเล่นซะ ประมาณว่าจะมีอ.มาเป็นปรัศนี แล้วก็จะมีคำถามๆนึง ให้อ.ตอบแตกต่างกัน นร.ก็จะคิดว่า คนไหนน่าจะถูก
คำถาม :สาธิตสามัคคีครั้งที่เราเป็นเจ้าภาพ มีตัวอะไรเป็นมาสค็อคครับ?
อ.ปราโมชย์ : ปลากัด
อ.โก้ : ลืม
อ.ศันสนีย์: ลืม
อ.อรวรรณ(กลัวเพชรหาย) : ลืม
คำถามข้อนี้ จำไม่ได้
คำถาม : อ.ท่านนึงเคยเป็นนักเต้นระบำปลายเท้า คนนั้นคือใคร?
อ.อรวรรณ : ต้องเป็นครูซิคะ อย่าไปเชื่อคนอื่นๆ ครูนี่แหละค่ะ ตอนเด็กๆ มีหม่อมเจ้าอะไรก็ไม่รู้มาสอน
อ.โก้ : ต้องเป็นอ.ชุลิณีแน่ๆเลย
อ.ปราโมชย์ : ต้องเป็นอ.ทิพยวรรณแหงๆ ถึงจะดูไม่ให้แต่อย่าให้ภายนอกมาหลอกตา
อ.ศันสนีย์ : ต้องเป็นอ.โอ่งแน่ๆเลย ดูเวลาเจ๊เดินสิ บุคคลิกนี่ เฉียบคม
(คำตอบอาจจะสลับๆกันบ้างเล็กน้อย ใครจะไปจำไหว)
อ.อรวรรณพูดได้น่าเชื่อมาก โดยยกเมฆเอาใครก็ไม่รู้มาสอน ที่จริงตกลุ่มเรพอได้ยินคำถามต้องคิดว่าเป็นอ.ศรัณยาแน่ๆเลย แต่ในเมื่อไม่มีคำตอบเลยเลือกนมเหล็กเป็นคำตอบ
ถูกแหละ
สรุปเกมส์นั้นมีห้องได้คะแนนสูงสุดสองห้อง คือห้องเราห้องนึง อีกห้องเป็นห้องจุง อ.รังสรรค์จึงบอกว่า เนี่ยนะ เก่งอย่างเดียวไม่พอ มันต้องเฮงด้วย เลยให้เป่ายิ้งฉุบตัดสิน ห้องเราจึง๙นะไปอย่างโล่งอก ได้ขนมปี๊บนึงไปครอง
วันหลังค่อยมาเขียนต่อนะว่า หลังจากเกมสองเกมนั้น ยังต้องเตรียมตัวอะไรอีก
คิดถึงวัยเยาว์
#1 By Remember The Eighties on 2005-12-04 22:24