จบม.สามไปแล้ว ตอนนี้บางคนก็ไปสอบเข้าที่อื่น เส้นเข้ายังมี บางคนเรียนไม่ไหวไปเรียนปวช. ปวส. เผอิญเราไม่ค่อยมีความรู้เรื่องนี้ มีคนนึงออกไปขายยำด้วยแหละ โทษทีที่จำชื่อไม่ได้ แต่ปัจจุบันก็ยังขายยำอยู่ที่แถวๆโรงอาหารคณะประมง ตรงข้ามแผงขายผลไม้
ส่วนตั๊ก ไปเรียนอยู่ที่มหิดลดนตรีโน่น.... ก็ไปดีแล้ว ไปแล้วไปลับนะแก....:P
ถ้าเรี่องโรงเรียน มีการเปลี่ยงแปลงระบบราชการหลายอย่าง หนึ่งในนั้นก็คือการยกเลิดทบวงมหาวิทยาลัย ที่นี้พอยกเลิกทบวงฯปํบ โรงเรียนเราก็ไร้สังกัดไปในทันที ก่อนที่จะหาสังกัดใหม่ได้(ซึ่งเป็นอะไรก็จำไม่ได้) ถึงตอนนี้โรงเรียนเราก็มีชื่อต่อท้ายว่า "ศูนย์วิจัยและพัฒนาการศึกษา" ให้มันยาวเล่นๆ
โอเคๆ ขึ้นม.สี่มาโดยที่เลือกเรียนแผนวิทย์ แต่บางทีก็อยากเรียนศิลป์สังคมเพราะมันดูสบายๆดีเหมือนกัน แต่ถ้าสบายตอนนี้ โตขึ้นจะลำบาก(แย่ชิบ) ก็ต้องทนเรียนแผนวิทย์
ตอนแรกก็ต้อง.... มอบตัวใช่มั้ยล่ะ จำได้แต่ว่าตอนเอาดอกไม้ไปไหว้ อยู่กะเดียวกับปิ่น(ตอนนั้นยังไม่สนิทกัน) ก็ถามไถ่สารทุกข์สุขดิบ แล้วก็เรื่องสอบเตรียม บอกว่าเราสอบไม่ติด แต่ได้อันดับดีกว่าคู่แข่ง 5555 ดีใจๆ
ตอนมอบตัวก็ เราไปหาอ.คนนึง ก็คืออ.พูลนั่นเอง ยังนึกเสียดายว่าทำไมกูไม่ได้หาอ.คนนั่งข้างๆฟะ สวยกว่าแยะ(ก็คือโอ่ง) อีกอย่างเจ๊พูลบ่นชิบหาย แค่นั่งมอบตัวเฉยๆ รู้สึกเหมือนโดนดุเลย ให้ตายเหอะ
พี่เราบอกว่า ในเมื่ออยู่ห้องเดียวกับพูลแล้ว กรุณานั่งให้ห่างจากเค้าให้มากที่สุด ประมาณว่าโต๊ะอยู่ริมประตูหลังห้อง ให้นั่งหน้าห้องริมหน้าต่าง ทำนองนั้น
การเรียนม.สี่ก็เรื่อยๆ ไม่ค่อยมีไรหรอก คือถ้ามองภาพรวมก็เฉยๆ(บางคนบอกสนุก ไม่รู้คิดไง หรือเราจำเรื่องดีๆไม่ค่อยได้)จะลองแยกๆเป็นวิชาดูละกัน
วิชาในแผนเทอมต้นก็จะเป็นวิชา วิทยาศาสตร์เบื้องต้น อะไรประมาณนั้น รอเทอมปลายก่อนค่อยแยกเป็นฟิสิกส์ เคมี ชีวะ ให้ยากเล่นๆแต่ก็เอาตัวรอดได้สี่มาตลอด วิธีการเรียนก็ เราจะมานั่งคำนวณอัตราส่วนของแต่ละช่อง แล้วดูว่า เฮ้ย!! ถ้าแกจะเอา 4.0 เนี่ยต้องเอาช่องไหนเท่าไร แล้วก็ทำให้ได้ตามนั้น(หรือเกิน) แค่นี้ก็ได้เกรดสวยสมใจ(พอเปลี่ยนเป็นแปดเกรด เกรดเราก็ร่วงลงเหวหมดเลย...)
แยกอีกนิด เราจะพูดถึงวิชาเคมีซึ่งดูดีทั้งเกรดและผู้สอนที่สุดแล้ว คนสอนก็คืออ.สุมาลี อ.นี่ลำบากอย่างเดียวคือตอนส่งงาน เพราะต้องเดินไปส่งตึกหก ไกลและขี้เกียจ เลยมักใช้วิธีรวบรวมเยอะๆ ไปส่งรวดเดียวนอกนั้นเรื่องแปลกๆอย่าง ต้องเขียนอนุทินส่งทุกวันอังคารก่อนบ่ายโมง หรือต้องหาข่าวส่งเป็นคะแนนพิเศษ(หรือที่เรียกกันว่า Extra Credit)ไม่ค่อยหนักหนา เพราะเราไม่เคยหาข่าวส่งเลย(เคยส่งไปครั้งนึงแล้วไม่ได้คะแนน เลยไม่ส่งอีก) เราว่าอ.ดีอย่อย่างคือมีช่วงเวลาใหนร.ถามเป็นสัดส่วน(เข้าใจนะ) สอนละเอียดยิบ(สอนเคมีดีสุดแล้ว พอๆกับอ.ลัดดาวัลย์)การบ้านยากพอประมาณ อืมมม... ข้อเสียเหรออ.อ้วนมั้ง ใช่แล้ว!!! อ.คิดว่าตัวเองสวย สวยมากๆ สวยชิบหาย ก็คิดซะว่าพูดกันสนุกๆก็ได้ แต่ดูท่าอ.จะคิดจริงๆ เพราะเคยเล่าว่าตอนศิษย์ - ลูกมีผู้ปกครองมาหาอ. แล้วถามว่าลูกเค้าบอกว่าอ.สุมาลีสวยมากๆเลย จริงหรือคะ?
อ.ตอบไปว่า "ใช่แล้วค่ะ"
อีกอันนึงอ.บอกว่า สมัยเป็นนักศึกษา(มั้ง) เอาเป็นว่าตอนยังสาวสวย มีผู้ชายโรคจิตมาแก้ผ้า แล้วก็"ชักว่าว"ให้ดู อ.ไม่ได้บอกว่าดูแล้วรู้สึกยงไง แต่เหมือนกับว่าเหตุการณ์นั้นทำให้อ.มั่นใจมากว่าอ.นั้นสวยที่สุดแล้ว
แล้วบางทีอ.เอารื่องตลกๆมาเล่า อย่างตอนนั้นมีข่าวนักเรียนเอาปืนมายิงครูตาย อ.ก็บอกว่า ถ้าใครมายิงครูตาย ก็ถือว่าตายในหน้าที่ จะมีโลงศพห่อธงโรงเรียนสวยงาม หรือตอนเราเขียนอนุทินแบบปัญญาอ่อนไป ก็จะเอามาประจานให้ขายหน้า อ้อ อีกอันเป็นตอนที่เราไปกินข้าวนอกบ้าน แล้เจออ. เราก็ทำหน้าเฉยๆ แล้วเดินออกไปเลย หลังจากนั้นเวลาเจออ.ก็จะพูดกับเราว่า นี่เราเคยรู้จักกันมาก่อนรึเปล่าคะ?
เปลี่ยนคนดีกว่า ตอนเรียนเคมี มีอ.มาช่วยสอนอีกคนด้วย คืออ.ศันสนีย์ อ.คนนี้มาฝึกสอนที่นี่ปีนึง ก่อนจะไปสอนพหุภาษา(เหมือนอ.แสงสุรีไง) อ.จะช่วยสอนตอนอ.สุมาลีไปงานราชการ(อ.เป็นถึงหัวหน้าหลักสูตรมัธยม จึงมีเรื่องวุ่นๆ แบบเวลามีสอบระดับชาติ แต่กระทราวงมัวแต่ไปแจ้งโรงเรียนสังกัดตัวเอง ปล่อยให้บรรดาสาธิตตกข่าว)อ.ศันฯก็จะสอนให้ หรือตอนรกๆ ที่เค้าเปลี่ยนหลักสูตรการสอนใหม่ รุ่นเราก็จะไม่ได้เรียนเรื่องสารแขวนลอย คอลลอยด์ อะไรประมาณนั้น อ.ก็จะสอนให้
เราจำได้ว่าตอนเรียนเรื่องตารางธาตุ ละเอียดอีกก็เรียนเรื่องธาตหมู่หนึ่ง อ.ก็เอาโซเดียมมาให้ดู แล้วก็สอนๆ เรา(รวมถึงทั้งแผน) ไม่เคยเห็นสารเคมีแบบจะๆ มาก่อน ก็ตื่นเต้นกันใหญ่ อยากดูโซเดียม
หมายเหตุ* โซเดียมเป็นธาตุที่ว่องไวต่อปฏิกิริยาสูงมากกกกกก จึงต้องเก็บไว้ในน้ำมัน เพราะถ้าโดนน้ำมันจะระเบิด ฉะนั้นถ้าโดนอากาศมันจะถูกความชื้นระเบิดเช่นกัน โซเดียมละลายยน้ำจะเป็นเบส
อ.หยิบโซเดียมขนาดเท่าเม็ดถั่วเขียว หรือเล็กกว่าลงในบีกเกอร์ที่ใส่น้ำ โซเดียมก็มีประกายไฟแปล๊บๆ แบบเวลาอ๊อกเหล็ก เพียงแต่ไม่เยอะแยะมากมายเท่า มีประกายไฟแลบๆ แล้วมันก็กลิ้งไปทั่วบนผิวน้ำ เสียงซี่ๆ สักพักมันก็หมดไป มีควันขึ้นด้วยเล็กน้อย
อ.ศันฯหลุดปากออกไปว่า "มันว่องไวมากเลย ฉะนั้นถ้าใส่มากเกินไปมันจะระเบิด!!!"
นักเรียนเมื่อได้ยินก็ขอให้อ.ใส่โซเดียมอีก เอาเยอะๆ เมื่อนักเรียนบ้าจี้ขอ อ.ก็บ้าจี้ทำ แต่ก็บอกว่า อย่ามุงมากๆนะ อันตรายหน่อย
อ.บรรจงตัดโซเดียมขนาดเท่าแคปซูลลงบีกเกอร์ มันกลิ้งๆ มีประกายไฟเหมือนเดิม
ทีนี้ลองนึกว่านักเรียนยี่สิบเจ็ดชีวิต กับอาจารย์อีกคนนึง มะรุมมะตุ้มรุมล้อมโต๊ะขนาดเล็กๆ ประมาณโต๊ะกินข้าว(ตอนนั้นแล็บยังไม่ปรับปรุง) พวกเขาเหล่านั้นกำลังก้มมองการเคลื่อนไหวของก้อนโซเดียมที่ส่งเสียงซี่ๆ กลิ้งไปมาแบบบราวน์(คือการเคลื่อนที่มั่วๆยุ่งเหยิง คาดเดาอะไรไม่ได้)
ซี่......................................................
.........................................
.............................
.....................
...............
.........
......
...
..
.
.
บึ้ม!!!!!
บึ้ม!!!!!
บึ้ม!!!!!
บึ้ม!!!!!
บึ้ม!!!!!
บึ้ม!!!!!
บึ้ม!!!!!
คงต้องใช้ฟอนต์ใหญ่กว่านี้หลายเท่าเพื่อบรรยายว่าภาพออกมาเป็นยังไง ลองนึกถึงตามข่าวภาคค่ำ เวลาตำรวจปราบปรามการจลาจล ทำนองนั้น เราเองก็งงๆ เพราะมันมั่วไปหมดเลย มีควันขโมงโฉงเฉง ทุกคนแตกฮือวิ่งหนีเกือบเหยียบกันตาย เหมือนกันวัตุก้อนนึงระเบิดออก เรามองขึ้นข้างบนไปช่วงนึง ภาพที่เห็นคือกลุ่มควันสูง กระจายเหมือนตอนกระสวยอวกาศโคลัมเบียระเบิดเป๊ะๆ เพียงแต่มันพุ่งสูงเหมือนระเบิดปรมาณู เอ.... เอาเป็นว่ามันเหมือนกระสวยอวการศระเบิดไปตรงๆดีกว่า สักพักกลุ่มควันก็จางลง แล้วพวกที่แตกฮือก็ค่อยกลับเข้ามา ถึงมันจะระเบิดบรึ้ม แต่บีกเกอร์ยังอยู่ในสภาพดี ว่าแล้วเราก็กลับมาเรยนต่อแบบสนุกสนาน เหมือนเพิ่งผ่านรายการ Fear Factor
บอกแล้วไงว่ามันอันตราย!!!
สุมาลี บ้าพลังอนุทินมากๆ ไม่รุจาอ่านไปทำไมกันนะ
#1 By Hyteya (203.118.84.16) on 2005-11-13 00:29