เขียนจบแล้วววว
posted on 09 Nov 2005 23:21 by kullatusto-san in KUSอืมมม.... จะจบม.สามให้ได้สักทีล่ะนะคราวก่อนจบที่ไหนหว่า.... เอาเป็นว่าเริ่มเรื่องใหม่เลยละกัน
ตอนนี้ก็มีวิชาเลือกเสรีให้เลือกตั้งสองวิชาสองเทอมก็เป็นสี่วิชา อู้วววว ดีจังเลย พ่อไม่บังคับเลือกแล้วด้วย วิชาที่ลง...จำไม่ค่อยได้แล้วล่ะ รู้แต่ว่ามี
1.ภาษาจีน
2.ภาษาญี่ปุ่น
3.ภาษาฝรั่งเศส
4.ลืมไปแล้ว
1.ภาษาจีน
มีอาจารย์สองคน คนนึงคืออ.นฤมลหรืออะไรทำนองนี้และ(เกษีญณไปแล้ว) คนนี้เดิมสอนวิชาสุขศึกษา
อีกคนก็เป็นอ.จากจีนอ่ะนะเห็นบอกว่ามาจากมหาลัยของที่นู่นนนนนเลย มาทำวิจัย คนนี้ชื่อจาง พวกเราก็จะเรียกว่าจางเหล่าซือ(เข้าใจนะว่าทำไม)
ตอนเรียนก็งั้นๆ เพราะอ.แม่งเข้มชิบหายคุยกันก็ไม่ได้ อีกอย่างคือเนื้อหายากโคตรๆๆๆคำว่า"จือ"สำหรับภาษาจีนแล้วมีวิธีออกเสียงหลากหลายรูปแบบถ้าเลือกมาเรียนจริงๆคงต้องนั่งสะกดคำดูจะสร้างสรรค์กว่ามานั่งจับกลุ่มคุยกันครั้งนึงเราลืมเอาชีทมาเรียนผลก็คืออ.ไล่ให้ไปนั่งท้ายห้องแล้วเอาชีทของอ.มานั่งอ่าน T_T
แต่ส่วนดีๆก็มีนะคือว่าจางเหล่าซือเค้าใจดีมากๆเลย มีช่วงนึงเค้าไปเกาหลีใต้ เพื่อไรก็ไม่รู้เค้าก็ซื้อขนมของที่นั่นมาฝากก็อร่อยดีเหมือนกันถ้าไม่คิดว่าเหมือนขนมมาเลย์ไปหน่อย
ส่วนอ.นฟมลก็ใจดีพอๆกันคือสรุปก็ป็นวิชาที่อ.ใจดีอ่ะนะเรื่องบทเรียนที่ยากชิบหายยย ก็ได้เกรด 4.0 มาตลอดยังงงๆอยู่ว่ามันเป็นไปได้ไง(วะ)
2.ภาษาญี่ปุ่น
อันนี้มีคนสอนคนเดียว คือ... น่าจะเป็นศรีรัตน์ อ่ะนะ แค่ที่แน่ๆ หัวอ.เป็นสามเหลี่ยมคนที่เคยเจออ.ก็จะคิดประมาณนี้
"ทอปบาโลน...."
"สงสัยวันๆคงจะกินแต่มาม่าผมเลยเป็นแบบนี้"
"เวลาอ.แต่งตัวมาโรงเรียนเค้าเอาผมใส่เครื่องปั่นรึเปล่านะ?"
"เราว่าเมื่อก่อนอ.คงยากจน"
"ทำไมแกคิดงั้นวะ?"
"ก็ผมเค้าไง แสดงว่าสมัยกอนกินแต่มาม่าหัวเลยเป็นงี้(ฟูฟ่อง)"
วิชาก็ไม่มีไรมาก ก็ท่องวันเดือนปีที่จริงหลักๆเลยก็เรียนว่าในหนึ่งปี่เนี่ย มีเทศกาลงานรื่นเริงอะไรบ้าง จำให้ได้แล้วก็สอบ แค่นั้นเอง ไม่รู้จะเรียนทำซากอะไร!?!?!
3.ภาษาฝรั่งเศส
ก็ไม่มีไรมาก ความจริงมันไม่มีอะไรเลยตอนนี้เราท่องได้แค่เลข 1 - 5 เป็นภาษาฝรั่งเศส ก็เท่านั้น
มาดูแต่วิชาในห้องกันดีกว่า
ภาษาอังกฤษ คนสอนก็...ต้องอ.อาภาภัสร์ท่านั้นแต่กลุ่มเราไม่ค่อยเรียกอาภาภัสร์กันหรอก เรียกเจ๊ว่า"น้ำมันหมูมากกว่า"ไม่รู้ทำไมแต่เดาๆเพราะอารมณ์ขึ้นๆลงๆ เหมือนตกมัน ผูกกับหุ่นของเจ๊แก มันเลยเป็น น้ำมัน +หมู = น้ำมันหมู เข้าใจมั้ย
ตอนเรียนในห้องเค้า อธิบายก่อนข้างๆเราเป็นตั๊ก อีกข้างนึงเป็นอภิชญาทีนี้บางทีเค้าก็ใจให้การบ้านมาทำในห้องแล้วจะเรียกตอบ อีตั๊กก็ทำงานอื่นอยู่เลยบอกเราว่า เดี๋ยวขอลอกหน่อยนะ เราก็ทำตัวเป็นเพื่อนที่ดีด้วยการเขียนคำตอบผิดๆไปให้เป็นการแกล้งมัน จำได้แม่นว่าข้อนั้นมันเขียนว่า a ....... black cloud เราก็เติมคำลงไปมในช่องว่างว่า a lovely black cloud เป็นการแกล้งเล่นๆ ไม่คิดไรมาก
ทีนี้เจ๊น้ำมันฯดันเรียกตั๊กตอบข้อนั้นพอดีเลยพอตอบผิด น้ำมันก็เริ่มเดือดปุดๆ ก่อนจะบรรจงด่าตั๊กไม่ยั้ง
"นี่คุณไม่ฟังครูเลยใช่มั้ยเวลามัน...ฉอดๆๆๆๆๆๆแล้วก็อย่าเอางานอื่นขึ้นมาทำ.... แน่ะ ยังจะทำอีกแล้วจะ.....ฉอด.........."
น่ารำคาญที่สุด
ด้วบเหตุนี้จึงเคยมีนักเรียนพูดใส่หน้าเจ๊แกอย่างไม่อายว่า
อีบ้า!!!!!
ข้อดีก็ยังมีบ้างเหมือนกันคือเจ๊มีความรู้รอบตัวสูงมาก น่าจะไปเล่นเกมเศรษฐีให้รู้แล้วรู้รอดไปเลยเวลาเรียนอังกฤษ เปิดแบบเรียนREWARD แล้วก็จะดูก่อนว่าเป็นเรื่องอะไร ก่อนจะพล่ามพล่าม ล่าม ไปเรื่อยๆ ทั้งคาบ ถ้ามีใครขัดจังหวะ ก็จะด่าไปตามระเบียบก่อนจะมาเข้าเรียนอย่างเซ็งๆ
แต่ยังไงเจ๊แกก็มีสิ่งหนึ่งที่ต้องไขว่คว้าหามาให้ได้ คือผู้ชายผู้ชายในที่นี้ต้องเจาะจงด้วยว่าเป็นฝรั่งเท่านั้นอ.ฝรั่งที่มาสอนเราตอนแรกคือไมเคิล สอนแป๊บๆดันไปก่อเรื่องกับโรงเรียนเลยไป(ดีแล้วที่ไปเพราะเป็นอ.ฝรั่งที่แท่สุดเท่าที่เคยเจอมา)แล้วก็มาอีกเรื่อยๆ ก็ห่อวยและก่อปัญหาพอๆกัน คนสุดท้ายที่มาคือริชาร์ดคนนี้เป็นขวัญใจนักเรียน คงเพราะเป็นฝรั่งแบกเป้ธรรมดาๆ เลยเป็นกันเองหน่อยๆข้อสอบก็เอาเกมมาลง หน้าตาหล่อพอใช้ อืมมม... แล้วก็คุยสนุกๆ....สเป๊กของน้ำมันหมูแหงๆ เจ๊จึงเริ่ม....จีบ เรียกริชาร์ดว่า MY DEAR (หม่าย เดี๋ยร์)และอื่นๆ แต่สำเร็จคงยาก ดูๆแล้วบางคนบอกว่าริชาร์ดเป็นเกย์แหงๆเลยเธอ ดูขนที่แขนสิเยอะขนาดนั้น(ไม่รู้จะเกี่ยวกันตรงไหน) ใส่เสื้อรัดๆ วันสุดท้ายของเทอมปลายริชาร์ดก็คาบดอกกุหลาบไปเต้นเซ็กซี่กับพรชนก ยั่วมากๆ อืมฟังที่เค้าเม้าธ์แล้วว่ามันก็มีเหตุผลดีนะ
เหลือใครที่ยังไม่เล่าอีกหว่าเอาอีกสองท่านก็พอ อ.พรรัตน์กับอ.สุดสวาท นอกนั้นรู้สึกว่าจะเล่าไปแล้ว
อ.พรรัตน์เท่าที่จำได้ก็....เป็นอ.ที่แต่งตัวแบบยุค 80 ใส่เข็มขัดเส้นโตๆ ที่เด่นสุดๆคือจะเข้มงวดกฎระเบียบมากๆครั้งหนึ่งเราอาบน้ำแล้วผมยังไม่แห้ง ก็ติดเป็นแผ่นๆ อ.นึกว่าเราใส่เจลมาก็เอามือมาบี้ๆ ทีละเส้น (โคตรทรหดเลย) หรือพองานประจำปี อ.ก็จะมาพูดว่า
"นักเรียนอยู่ม.สามเองนะคะ ยังเป็นเด็กอยู่เป็นเด็กให้นานๆเถิด ไม่ต้องใส่หรอก ไอ้โชว์นู่นโชว์นี่......."
วิชาที่ที่อ.สอนก็คือภาษาไทยแต่เราเคยเรียนแค่ครั้งคราว ก็สอนดี ที่ดีอีกอย่างคือแนะแนวการศึกษาอันนี้ดีกว่าที่อ.แนะแนวทั่วไปอีก สู้สุปรีดา(ดึงหน้า) ได้สบายๆ
รีบๆจบเลยละกันก็อ.สุดสวาทคนนี้รู้จักผ่านพี่มาแล้ว คือตอนศิษย์ - ลูกของพี่เรา พ่อเราจำชื่ออ.ไม่ได้เลยบอกว่าอ.สุดสวาทคือ
คนที่กลมๆ ชมพูๆน่ะ(ยังกะหมูเลย)
หน้าอ.เหมือนตุ๊กตาผีนักฆ่าเลยเรียกกันว่าชั๊คกี้ แล้วเวลาโมโห ปากอ.ก็จะสั่นๆ ส่งคลื่นความถี่ต่ำออกมาเลียนแบบยากมากกกก ทั้งระดับทำได้คนเดียวเท่านั้น(ใครก็ไม่รู้) สอนก็โหดพอๆกับหน้าไม่ใช่สอนไม่รู้เรื่อง ขี้โมโหอะไรประมาณนั้น แต่ข้อสอบบรรยาย วิเคราะห์ยากมากๆโดยเฉพาะเขียนวิธีทำไข่เจียว(รู้สึกว่าเคยเล่าไปแล้ว) ก็ทำกันไม่ค่อยได้ --จำได้แค่นี้แหละ
พอจบม.สาม ก็ถึงจุดเปลี่ยนแปลงในชีวิตซะแล้วนอกจากเรื่องเลือกแผนการเรียน ก็ยังมีบางคนไปสอบ ไปโรงเรียนอื่นด้วยเราก็ไปสอบเข้าเตรียมเหมือนกัน ไม่คิดว่าจะได้หรอก แล้วมันก็ไม่ได้จริงๆแต่อันดับก็โอเคๆล่ะ อย่างน้อยก็สูงกว่าคู่แข่งของเราก็พอใจแล้ว
คราวหน้าต่อม.สี่แต่คงครั้งเดียวจบเพราะไม่ค่อยชอบตอนม.สี่อ่ะนะ
-อาภาภัสร์ เปิดเทอมมาก็ทะเลาะกับหัวหน้าห้องอย่างรุนแรง เพราะคุยในห้อง แล้วเถียงกลับ เลยเจอวิชามาร "ก็ได้ค่ะ! ต่อไปนี้ครูจะไม่สนใจคุณอีกแล้ว จะทำไรก็ทำไปเลยเรื่องของคุณ" แต่หลังจากนั้นก็ไปขอโทษ แล้วกลายเป็นศิษย์-อาจารย์ที่ไปด้วยกันได้ดีไปเลย - -*
แล้วก็ ช่วงแรกๆห้องเราไม่ยืนทำความเคารพกัน เลยโดนด่าว่าถ้าไม่อยากทำก็ไม่ต้องทำ เลยกลายเป็นเริ่มมาก็สอนเลยอยู่พักนึง...
สิ่งที่อาจารย์แพ้คือพิษ(เคยโดนกรรณิการ์วางยา), แพ้กลิ่นตอนตัดหญ้าใหม่ๆ, แพ้ฝุ่นจับหนังสือพิมพ์, กลัวขึ้นรถไฟ/เครื่องบิน
-ถ้าเป็นพรรัตน์ คงต้องได้ยินประโยค "ขอได้รับความขอบคุณ" เกือบทุกครั้งที่เรียนจบ ก่อนที่หัวหน้าจะบอกทำความเคารพ... สอนดีที่สุดในม.3 แล้ว
-สุดสวาท... รุ่นเราก็เรียกชัคกี้นะ มีอยู่วันนึงห้องเราฉายสไลด์ ปิดไฟมืด แล้วไฟตรงเครื่องฉายมันส่องผ่านหน้าชัคกี้ไปครึ่งหน้า ตอนนั้นกำลังด่าอยู่ด้วย มือนึงถือคัตเตอร์!! ปากสั่นอีกตะหาก ขู่ด้วยว่า "เด๋วก็ฆ่าให้เลยนิ!"
-ณิชกมล... พวกรุ่นพี่ก่อนนู้นคงเรียกว่าณิชกลมมั้ง รุ่นเราเรียก Savage (คือหมูป่า-มอนสเตอร์ในเกมแร็ก) แต่ต่อมา แฮร์รี่พอตเตอร์ออกเล่ม 5 มั้ง มันมีบทนึงที่เป็นรูปอัมบริดจ์... ดูยังไงก็เหมือนเด๊ะ!! (ลองไปเปิดดู) รุ่นต่อมาเลยคงเรียกว่าอัมบริดจ์กัน
#1 By Hyteya (202.133.135.21) on 2005-11-10 22:52