เอาละ แล็บวิทย์น่ะ สร้างเสร็จตอนเราขึ้นม.สามพอดี ตอนนั้นเค้าย้ายห้องกันใหม่หมดเลยนะ ห้องม.2/1 เดิมจะอยู่ชั้นม.หนึ่ง(ไม่ค่อยแน่ใจเรื่องนี้) พอปรับปรุงตึก แล็บวิทย์ก็ย้ายไปอยู่ชั้นบนหมด ห้องดนตรีด้วย ชั้นล่างเดิมที่เป็นห้องโครงการต่างประเทศ(เชื่อว่าบางคนนึกหน้าตาไม่ออก) กลายเป็นแล็บภาษาแทน ก็เลยไม่ต้องไปใช้แล็บที่ไอพี เดินไกลและเสียบ่อยๆ อีกต่อไป

ในวิชาวิทยยาศาสตร์ จะมีงานยักษ์ชิ้นนึง คือให้ไปคิดค้นผลิตภัณฑ์แปรรูปทางการเกษตร อะไรก็ได้แต่ขอให้ดูดีๆหน่อย คือไปเอาอะไรแปลกๆ มาดอง ตากแห้ง ยังไงก็ได้ มาส่งเจ๊(สุชาดา) อ.เคยบอกว่าบางปีมีทำผักบุ้งดอง น่าตาน่าเกลียดมากกกก.. เหมือนดูอะไรเละ แล้วก็กำชับว่า ถ้าจะทำให้รีบวางแผน เพราะมันใช้เวลานาน บางคนทำไม่นั่น เลยต้องไปซื้อมะม่วงดองรถเข็นมาส่ง น่นอนว่าอ.รู้แหงๆ(ไม่งั้นจะเอามาเล่าให้ฟังได้ยังไง)

เราก็เลือกทำ"แยมมะเฟือง" ที่ทำแยมมะเฟืองเพราะตอนนั้นที่บ้าน มีมะเฟืองเต็มต้น ขี้คร้านจะสอยสุดท้ายมันก็ตกลงพื้นเละเทะเน่าเหม็นไปหมด เลยประหยัดงบสอยมะเฟืงที่บ้านมาบดๆ ต้มๆ กวนๆ กะว่าจะออกมาเป็นแยมสวยน่ากิน

แล้วจะรู้ว่าคิดไปเองทั้งเพ...

ปัญหาแรกเลยคือมะเฟืองมันเปรี้ยวมาก ฉะนั้นแยมเราใช้มะเฟืองแค่สี่ผล แต่ใช้น้ำตาลทรายมิตรผลถุงใหญ่ถุงนึง กับน้ำเปล่านิดหน่อย แล้วก็ผงเยลลี่เบสท์ฟู้ดแทนเจลาตินที่หาไม่ได้.... เล่าไปทำไมกันนะ เอาเป็นว่าไม่เล่าดีกว่า แต่จะบอกว่าเพราะงานนี้ทำให้เตาแก๊สบ้านเราพังไปเลย!!!!

ได้เกรดสี่ ถือว่าคุ้ม

กลับมาที่แล็บมัธยมดีกว่า ถึงแล็บนี้จะสู้แล็บประถมไม่ได้เพราะไม่มีเด็กดองให้ดู แต่ว่าแล็บนี้มีอุปกรณ์พร้อมตอนที่เข้าไปใช้ เก้าอี้ โต๊ะใหม่เอี่ยม(แต่จะเป็นของเก่าเอามาขัดสีฉวีวรรณหรือเปล่า -- ไม่แน่ใจ) เด็กดองน่ะ ไม่ต้องมีก็ได้ คิดแล้วน่ากลัว แต่ห้องพักอ.แล็บ ซึ่งก็มีโต๊ะอ.สุชาดาอยู่ตัวเดียว กับแผนภาพอะไรก็ไม่รู้นับสิบ อ.สุฯบอกว่ามันติดกับท่อระบายน้ำ และอยู่เหนือห้องส้วมพอดี..มันเลยเหม็นโคตรๆ

ส่วนอ.อรนาถ บางคนเรียกอรนาถ คำดวย(ผวน) นามสกุลจริงๆแล้วคือคำเจริญ แต่เค้าจะเรียกแบบด่า เพราะการสอนของอ.นั้น ถึวงพริกถึงขิงมากถึงมากที่สุด!!!

เราก็เคยเรียนกับเค้าตอนม.สอง มันเป็นวิชาวิทย์เลือก เราลงการทำนำเสนอโครงงานละมั้ง ประมาณนี้แหละ งานก็คือให้เขียนว่า จะทำโครงงานอะไร แต่นั่นไม่สำคัญ เพราะเค้าจะดูแค่ว่า แกจะนำเสนออย่างไร

มันก็ง่ายจริงๆนั่นแหละ ถ้าอ.ไม่สอนจะยิ่งง่ายกว่านี้อีก เพราะเจ๊มีความรู้ด้านเทคโนโลยีแทบจะเป็นศูนย์ ไม่รู้อะไรเลย แต่นั่นก็ไม่สำคัญเพราะอ.แก่ๆ คนไหนก็ไม่ชำนาญด้านนี้กันทั้งนั้น เรื่องใหญ่ก็คือ...เอ่อ... มันเกิดขึ้นตอนก่อนเลิกเรียน

อ.อรนาถสอนเสร็จเร็วมาก เลยเลิกก่อนกำหนด เค้าเคยมีข้อตกลงว่า บางครั้งเค้าจะปล่อยก่อนเวลา แต่ว่า"ครูจะเอาคืนคาบหน้าได้นะคะ" นักเรียนทั้งหลายคิดว่า ถ้าได้เวลามา จะชดเชยครั้งหน้าก็ไม่เสียหาย เลยตอบตกลง

เป็นอันว่ายอมให้เอาคืนทีหลังได้ ไม่ว่า อย่าลืมว่าโรงเรียนให้พักเที่ยง 12.05น. แต่อ.ปล่อยตอน 12.00น. พออ.จะเอาคืน ก็คิดว่าคงจะปล่อย 12.10น. แต่เวลาที่อ.ปล่อยคือ

12.30น.(เที่ยงครึ่ง)

ทุกคนเลิกเรียนด้วยความหิวสุดขีด ไปถึงเค้ากินเสร็จกันเกือบหมดระดับแล้ว แต่นั่นมันก็แค่ครั้งสองครั้ง ไม่น่าจะหนักหนาอะไร แต่ลองฟังพวกที่เรียนกับอ.ตอนม.สาม ไม่เคยเห็นใครชม มีแต่ด่าทั้งนั้น

"อีคำดวย!!!"

"แม่งบริโภคเวลาเป็นอาหารหรือไง?!?!?!?"

"สอนเหมือนไม่สอน แม่งบอกให้ไปอ่านเอาเอง....."

ฟังๆแล้วคิดว่า โอ้ละหนอ... เราโชคดีเหลือเกินที่เรียนกับสุชาดา

เอาวิชาที่ใกล้ๆกันดีกว่า คือเลข เลขเราผูกขาดโดยรัตนาพรเพียงผู้เดียว ที่จริงนอกจากห้องเรา อ.เค้าก็ไม่สอนห้องไหนอีกเลย ยกเว้นตอนปลายๆเทอมปลาย เค้าถึงไปสอนห้องห้าด้วย แทนอ.คนเก่าที่ไปเป็นครูอยู่หนองคาย

การสอนก็ปกติขอวงเด็ก ยกเว้นข้อสอบยากชิบหาย อ้อ!! แต่ถ้าเรียนไม่เก่งก็ไม่ต้องเป็นห่วง เค้าจะติวให้ พูดถึงข้อสอบอ. น่าจะเป็นต้นกำเนิดของการสอบประเภท "สิบคนสิบโจทย์" ลองสังเกตุหัวกระดาษข้อสอบ จะมีขีดสีต่างๆ บางคนได้สีเขียว บางคนได้สีส้ม นั่นเป็นเพราะโจทย์แต่ละคนจะไม่เหมือนกัน แล้วก็ไม่ได้แจกมั่วๆ อ.จะเจาะจงว่าคนนี้ต้องใช้สีนี้เท่านั้น เช่ บางครั้งเราได้สีเขียว สำหรับฝีมือปานกลาง บางเรื่องเราแม่น เค้าก็จะให้สีส้ม หมายถึงโจทย์ยากโคตรๆ(แต่ก็ยังทำได้) แต่สีนั้นไม่ได้แบ่งว่าใครเก่งใครอ่อน เพราะมันจะเปลี่ยนไปเรื่อยๆ

พอสมุดพกใกล้ๆออก อ.จะทำใบคะแนน เรียงลำดับเก่งของห้อง ตอนเทอมต้นเราเป็นผู้ชายที่เรียนเก่งที่สุดในห้อง ก่อนที่มันจะค่อยๆตกลงมา ตกลงมา จนปลายเทอมปลายเกือบจะหลุดโผอยู่แล้ว(เศร้า)

วันนี้พอแค่นี้ก่อน แล้วจะมาเล่าว่า ตอนม.สาม มีเหตุการณ์นึงที่เค้าว่ากันว่าห้องเราเป็นคนเริ่ม เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ถึงขั้นเข้าที่ประชุมอ.เลย

หรือจะเล่าเรื่องกิจกรรมตอนม.สามดีนะ

(ให้บอกมาว่าอยากอ่านเรื่องไรก่อน)

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

-ช่ายแล้วตอนนั้น (2544) ห้องม.2/1 ยังอยู่ชั้น 2 อยู่เลย น่าสงสารจิง เหมือนโดนละทิ้งจากระดับชั้น

-อ๊ะ ผศ.รัตนาพรสอนห้องเดียวหรือนี่? ตอนเราอยู่ม.3 ก็สอนห้องเดียว!!!

-โห เรานึกว่าณิชฯจะออกข้อสอบเยอะแล้วนะ (ห้องละ 4 ชุด แจกสลับแถว) เจอรัตนาพรมีแบ่งแยกความเก่งอีก - -* มิน่า สอนห้องเดียว

-คติประจำใจอรนาถ : ตรงนี้ครูผ่าน คุณไปอ่านเองนะคะ!!

-เล่าเข้าห้องประชุมๆๆๆ

#1 By Hyteya (203.118.84.223) on 2005-10-07 22:28

พี่เป็นศิษย์เก่าสาธิตเกษตรคนหนึ่งเหมือนกันคับ แต่รุ่น 13 แล้ว อ่านกระทู้นี้แล้วสะใจจริงๆ เพราะพี่เคยมีประสบการณ์อันเลวร้ายกับแม่อรนาถอะไรคนนี้มาก่อนเหมือนกัน

พี่เรียนกับเธอตั้งแต่ยุคที่เธอเข้ามาเป็นอาจารย์ใหม่ๆโน่น ชื่อเก่าเธอไม่ได้ชื่อเพราะพริ้งอะไรอย่างนี้หรอกนะ ชื่อ วรรณา สุขพล อ่ะ ต่อมาเธอสมรสเลยเปลี่ยนเป็นคำดวย เอ๊ย คำเจริญ ของน้องๆนั่นแหละ

รู้สึกว่าชื่อเล่นเธอจะชื่อโหน่ง ใช่มั้ย? อีต๊ะติ๊งโหน่ง

เพิ่งจะมารู้เดี๋ยวนี้เองว่ายัยคำดวยคนนี้ยังฝังรากอยู่ในโรงเรียนสาธิตเกษตรอีกหรือ???? นึกว่าเขาไล่มันออกไปตั้งชาติหนึ่งแล้วนะ

อีนังคนนี้สอนหนังสือห่วยแตกมาแต่ชาติโน้นแล้วจ้ะน้อง ปากมันก็จัดอีกต่างหาก ชอบด่าว่านักเรียนด้วยถ้อยคำที่อุบาทว์สุดๆ พี่เองก็เคยโดนมาแล้ว ทุกวันนี้ยังจำหน้าแป้นๆของมันได้ไม่ลืม

โอ้โห...สาธิตเกษตรยังเก็บเศษสวะกองนี้ไว้อยู่อีกหรือเนี่ย????

#3 By KUS13 (202.57.176.173) on 2008-05-24 15:21