แบบเรียนเน่าๆ

posted on 18 Sep 2005 21:37 by kullatusto-san  in KUS

ตอนม.หนึ่ง มีวิชาใหม่คือ"กิจกรรมอิสระและพัฒนาตน" ที่จริงวิชานี้มันก็มีมาตั้งแต่ประถมแล้วแหละ เพียงแต่ว่าในระดับมัธยมนี่ จะใช้วิธีคิดกิจกรรมที่อยากทำ แล้วมาทำเอา เริ่มต้นก็คือ อ.จะจับกลุ่มเด็กแบบสุ่มๆ คละห้องคละเพศกัน แล้วกลุ่มที่ถูกสุ่มมานั้นก็จะมาคิดว่า"เราอยากทำกิจกรรมอะไรมาบ้างนะ" ว่าแล้วก็เขียนใส่กระดาษ แต่ละกลุ่มจะแข่งกันว่าใครจะคิดได้มากกว่ากัน เพราะฉะนั้นกิจกรรมที่เราอยากทำจึงมีมากมายหลายหลาก บ้างก็พิสดารพันลึก อย่างเช่น


-กิจกรรมคิดสูตรการปรุงบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป


-กิจกรรมศึกษาเวทย์มนตร์คาถา


อย่างนี้เป็นต้น...


เสร็จแล้วอาจารย์ก็จะเอาไอ้ที่เราคิดๆกันเนี่ย ไปเลือกอันที่น่าสนใจมาสักหกเจ็ด หรือมากกว่านั้น แน่นอนว่าเรื่องการชิมมาม่า หาเรื่องผีต้องถูกตัดออกหมด ที่เหลือก็น่าเบื่อสุดๆ อย่าง อาสาพยาบาล กิจกรรมเต้นแอโรบิกเพื่อสุขภาพ(อันนี้ไม่มีคนลงเลย) การฝึกภาษาอังกฤษ กิจกรรมละครไทย ประมาณเนี้ย น่าเบื่อชิบหาย แถมเวลานำเสนอก็ให้กระจิดเดียว ตอนนั้นเราลงกลุ่มแสดงละครไป เล่นละครยังไม่ถึงครึ่งเรื่องเลย อ.ก็บอก พอได้แล้วค่าาา... พูดง่ายๆคือกูอุตส่าห์ทำแทบตาย แล้วไม่ได้อะไรเล้ยยย....


อีกอย่างก็คือ เราต้องลงทะเบียนวิชาเลือกเสรี ที่มีมากมาย(ตามความคิดในตอนนั้น) พ่อเราบังคับให้ลงวิชากอล์ฟ แต่นั้นไม่ใช่ปัญหา ถึงแม้เราจะเกลียดกีฬาทุกประเภท แต่ก็พอทนเรียนได้ ปัญหาก็คือ เราจะต้องให้พ่อแม่เซ็นรับทราบด้วย แต่ไม่มีใครแจ้งเลย สรุปก็คือเกินครึ่งห้องต้องปลอมลายเซ็นพ่อแม่กันสนุกสนาน ที่จริงแล้วไม่เห็นจะต้องปลอมอะไรให้ยุ่งยาก เพราะคนที่ตรวจก็คืออ.ห้องคอม จะไปรู้จักพ่อแม่เราได้ไง ถึงแม้จะเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย แต่ว่ารอดไปได้สบายๆ

สรุปก็ขึ้นมาม.สอง ตามมาก็คือเกียรติบัตรประเภทหนึ่งใบนึง พอม.สองนี่ คนในห้องตอนม.หนึ่ง กระจัดกระจายแบบยากจะตามติด คนนึงอยู่หัวตึก อีกคนอยู่ท้ายตึก จะคุยน่ะเดินไปหาได้ แต่ขี้เกียจ สิ่งที่เราทำก็คือ ปล่อยเพื่อนสนิทให้เป็นเพื่อนสนิทนิดหน่อยซะ แล้วหาเพื่อนใหม่เอาในห้อง นอกจากจะได้เพื่อนใหม่แล้ว เวลาทำงานกลุ่มยังหากลุ่มง่ายกว่า(คิดแบบมีกำไร - ขาดทุนยังไงยังงั้นเลย)


บอกตรงๆว่าจำเรื่องอะไรในม.สองไม่ค่อยได้ ในระดับม.ต้น ที่สนุกที่สุดก็ต้องม.สาม เทียบกับม.สองนี่กระจอกไปเลย ขนาดม.หนึ่ง ยังมีอะไรให้จดจำมากกว่าม.สอง คงเพราะคนในห้องออกจะเงียบๆ อ.เองก็เงียบๆเหมือนกัน แล้วก็ชอบทำบุญเสียด้วย แต่จะขอเว้นเรื่องอาจารย์ไปก่อน

ที่นึกได้ก็มีไม่กี่อย่าง อย่างเรื่องตอนสอบ น่าจะเป็นวิชาภาาาไทยนะ ตอนนั้นเดินเข้ามาในห้องเรียน ฝน(นฤธร)กับกิ(กิระศิ...เขียนไม่ด้ายยย)ตะโกนข้ามห้องเรื่องคะแนนสอบ โดยกิเปิดประเด็นไปว่า...


"ฝนได้คพแนนเยอะเลย แสดงว่าเก็บความรู้ไว้ที่นม นมใหญ่ เลยสอบได้..."


ฝนออกจะฉุนเรื่องนมตัวเองอยู่ ใหญ่นั้นจริง(ใหญ่มากกกก...ยังกะเขาพระสุเมรุ) แต่จะให้คนมาล้อเรื่องหน้าอกตัวเองบ่อยๆ ก็ไม่ค่อยดีเท่าไร เลยตอกกลับไปแบบฉุนๆว่า


"แกเก็บความรู้ไว้ที่ควยละสิ แล้วสอบตก แสดงว่าควยเล็ก"

ก็เล่นตะโกนข้ามหัวอย่างนี้ เรื่องมันก็เลยรู้กันทั่วห้อง เป็นมุขขำๆ ที่คนส่วนใหญ่คงไม่ค่อยรู้กัน..

อะไรอีกนะ... อ้อ คงเป็นเรื่องวิชาภาษาอังกฤษ เรื่องของภาษาอังกฤษที่น่าสนใจมีสองเรื่อง คือเรื่องแบบเรียน กับเรื่องของการทำงานกลุ่ม ที่ให้จับกลุ่มกันไปทำรายการทีวี แล้วเค้าเอามาพรีเซนท์(คือเปิดให้ดู)หน้าห้องด้วย...


เรื่องแบบเรียนก่อนละกัน เล่มที่ใช้ตอนนั้นคือ"Hotline"เหมือนว่าอ.จะบอกว่ารุ่นเราเป็นรุ่นแรกที่ใช้แบบเรียนเล่มนี้เลย เพราะรุ่นพี่ก็ใช้เล่มที่เป็นของไทยทำเอง ตอนประถมเราก็ใช้แบบเรียนที่โรงเรียนออกเอง(ตอนประถม รู้สึกว่าจะมีแค่วิชาภาษาไทยเท่านั้นที่ใช้แบบเรียนของกระทรวง นอกนั้นอ.ในโรงเรียนที่ส่วนใหญ่เป็นถึงผศ.จะออกแบบเรียนกันเอง อยู่สาธิตก็ดีกว่าโรงเรียนอื่นตรงนี้แหละ) มาเราใช้แบบเรียนที่สั่งมาจากอังกฤษเลย


ขอขยายความอีกหน่อยว่าไอ้ Hotline เนี่ย มันจะมีทั้งแบบอเมริกัน แล้วก็แบบอังกฤษ โรงเรียนเราจะยึดตามต้นกำเนิดภาษา จึงใช้แบบเรียนของอังกฤษเป็นหลัก


ถ้าเทียบกับแบบเรียนของไทย Hotline มันคงเหมือนกับมานะ มานีมั้ง คือจะเป็นเรื่องราวต่อเนื่องกัน อย่างในHotline ก็จะมีตัวเอกเป็นเด็กวัยรุ่น คราวๆเดียวกับเรานั่นแหละชื่อ Terry กับ Sue คงเป็นเด็กที่ไวไฟกันพอสมควร เพราะตั้งแต่ม.หนึ่งซึ่งเป็นปีที่เราเริ่มใช้แบบเรียนเล่มนี้ ทั้งสองก็จะเป็นแฟนกันอยู่แล้ว และที่น่าตกใจที่สุดก็คือ เล่มแรกที่เรียนกันตอนม.หนึ่ง เป็นเรื่องราวต่อเนื่องกัน อย่างในHotline ก็จะมีตัวเอกเป็นเด็กวัยรุ่น คราวๆเดียวกับเรานั่นแหละชื่อ Terry กับ Sue คงเป็นเด็กที่ไวไฟกันพอสมควร เพราะตั้งแต่ม.หนึ่งซึ่งเป็นปีที่เราเริ่มใช้แบบเรียนเล่มนี้ ทั้งสองก็จะเป็นแฟนกันอยู่แล้ว และที่น่าตกใจที่สุดก็คือ เล่มแรกที่เรียนกันตอนม.หนึ่ง เป็นตอนนที่Terry นอกใจ Sue ไปกับผู้หญิงอื่น(ก็มีชู้นั่นแหละ) ยัยซูก็กระไรเลย พยายามทุกวิถีทางชิงเอาเทอร์รี่กลับมาให้ได้ ตั้งแต่ไปร้านเสื้อผ้าซื้อแบบที่เซ็กซี่ที่สุด(ในแบบเรียนว่างั้น) แล้วก็มีวิธีทั้งหลายต่างๆนาๆ ก่อนจะเฉลยว่าหญิงที่เทอร์รี่ไปติดนั้นเค้ามีแฟนแล้ว เลยต้องซมซานกลับมาหาซูดังเดิม....

อ่านๆแล้ว นึกถึงละครน้ำเน่าขึ้นมาทันทีเลย


พอมาม.สอง เป็นปีสุดท้ายที่เราจะได้ใช้Hotline เพราะว่าเนื้อเรื่องยิ่งเน่าเฟะขึ้นทุกทีๆ ตอนนี้ซูไปอยู่กับกลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ประท้วงการตัดต้นไม่เก่าแก่ อะไรทำนองนั้น ก็ไปเจอกับชายคนใหม่ แน่นอนว่าหล่อกว่าเทอร์รี่หลายเท่านัก(เล่มที่แล้วหญิงก็สวยกว่าซูหลายเท่าด้วย) ซูเริ่มห่างเหินเทอร์รี่มากขึ้นเรื่อยๆ เรื่อยๆ จนทนไม่ไหว ต้องไปตามกลับมาคืน โดยมีชาวต่างประเทศที่มาอยู่อังกฤษชั่วคราว น่าจะชื่อ Carmen ถ้าจำไม่ผิด เป็นตัวช่วยยุอีกแรง

ตกลงเป็นว่าซูชอบคนใหม่อย่างแรง แต่พ่อขัดขวางอย่างเต็มกำลัง จะให้ลูกสาวตัวเองไปคบกับชายหนุ่มที่รักอุดมการณ์ แต่ทั้งจนและโง่ก็กระไรอยู่ กลายเป็นว่าซูกับพ่อทะเลาะกันอย่างรุนแรง เมื่อพ่อไม่ให้ซูคบกับเค้าอีก เจ๊เธอเลยจัดการย้อมผมตัวเองเปฌนสีเขียวสะท้อนแสง(น่าเกลียดมาก) นัยว่าเป็นสัญลักษณ์วาชั้นจะไม่ฟังพ่อแม่อีกแล้ว เธอเก็บกระเป๋าหนีออกจากบ้านไป เพื่อไปหาชายชู้คนใหม่ ชักชวนประมาณว่า เราจะหนีไปไกลๆ ด้วยกันสองคน พูดง่ายๆก็คือ ชวนหนีตามกันไปนั่นแหละ เพราะซูคิดว่าชู่รักเค้าแต่ชู้นั้นมีแฟนอยู่แล้ว ตอนนี้แฟนก็โผล่มาจากหน้าต่างถามว่า"นั่นใครคะ"ซูก็คอตกว่าถูกเขาหลอก(แต่เต็มใจให้หลอก) เดินสะเปะสะปะมั่วไปรายทาง จนมาเจอเทอร์รี่ เจ๊ก็บอกว่า ฉันผิดไปแล้วจ๊ะ เรื่องราวทั้งกลายก็จบลงด้วยประการฉะนี้

เล่มแรกก็นอกใจ เล่มสองยิ่งหนัก แค่นี้ก็กนีตามกันไปแล้ว อ.เลยบอกว่า ต่อไปนี้(คือหลังจากม.สอง) จะไม่ใช่แบบเรียนเล่มนี้อีก

วันหลังจะมาพูเรื่องการทำงานกลุ่มวีดิโอละกันนะ

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

ฟังพี่พูดแล้วเหมือนระลึกความหลังไงชอบกลแฮะ.. จำได้ว่าตอนม.1 อยู่กลุ่มละครแหละ รู้สึกว่าเหมือนเป็นอันเดียวที่น่าลงอ่ะ

เออพี่คะ ถามหน่อยเรื่องสาธิตสามัคคี ขาดซ้อมได้กี่ครั้งคะ

#1 By ++Rene_Reclu$e++ on 2005-09-18 22:28

55555+ จำ Hotline ได้แม่นเลย เรื่องเน่าชิหัย เรียนตอนม.1 อยู่ปีนึง พอขึ้นม.2 ปุ๊บกลายเป็น Reward ทันใด (ที่แท้มีรุ่นพี่ผู้บุกเบิก ทำให้ไม่ต้องเรียนอีก)

#2 By Hyteya (202.133.135.162) on 2005-09-18 22:35