อาหารโรงเรียนทำพิษ(ข่าว)
posted on 07 Aug 2005 09:05 by kullatusto-san in NEWSพ.ญ.วินิดา ทิมาสาร กุมารแพทย์ โรงพยาบาลวิภาวดี แพทย์เจ้าของไข้ เปิดเผยว่า มีเด็กเข้ามารักษาตัวสูงถึง 120 กว่าราย ส่วนใหญ่มีอาการตัวร้อน คลื่นไส้ อาเจียน และท้องเสีย เนื่องจากติดเชื้อจากอาหารเป็นพิษ คณะแพทย์ได้ให้ยาฆ่าเชื้อและให้น้ำเกลือจนหลายคนอาการดีขึ้นและทยอยกลับบ้านไปบ้างแล้ว แต่ยังมีเด็กอีกกว่า 30 คน ที่ยังมีไข้สูง คลื่นไส้ อาเจียน และท้องเสียต่อเนื่อง โรงพยาบาลได้รับเข้ารักษาตัวต่อ สำหรับเชื้อโรคที่ทำให้เด็กป่วยจำนวนมากครั้งนี้ ขณะนี้ยังไม่ทราบว่าเป็นเชื้อชนิดไหน กำลังอยู่ระหว่างตรวจหาจากอุจจาระของเด็กในห้องแล็บ แต่จากการสอบถามเด็กเบื้องต้น สันนิษฐานว่าน่าจะมาจากนมและข้าวมันไก่ที่เด็กเหล่านี้รับประทานเข้าไปเมื่อวันที่ 4 ส.ค.
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ตลอดทั้งวันมีเด็กนักเรียนทยอยเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลวิภาวดี อย่างต่อเนื่องจนช่วงเย็นบางรายกลับมารักษาตัวที่โรงพยาบาลเป็นครั้งที่ 2 หลังจากแพทย์อนุญาตให้กลับบ้านได้ เนื่องจากอาการติดเชื้อยังไม่ทุเลา โดยผู้ที่มารักษาตัวส่วนใหญ่มีอาการอิดโรย เนื่องจากพิษไข้และอ่อนเพลียจากการถ่ายท้องและอาเจียนหลายครั้ง
ด.ญ.วราภรณ์ อุดมเวช นักเรียนชั้น ป.6 หนึ่งในนักเรียนที่ถูกหามส่งโรงพยาบาลร่วมกับเด็กนักเรียนอีกหลายคนที่ป่วยเหมือนกัน เผยว่า เมื่อวันที่ 4 ส.ค. ได้รับประทานนมกับข้าวมันไก่ที่ทางโรงเรียนจัดให้เป็นอาหารกลางวัน กระทั่งช่วงเย็นก็มีไข้อ่อนๆ แต่ก็ไม่ได้สนใจเพราะคิดว่าเป็นไข้หวัด จนกระทั่งในตอนเช้าวันที่ 5 ส.ค. ระหว่างนั่งเรียนก็มีอาการปวดหัว ปวดท้องอย่างรุนแรง และไข้ขึ้นสูง จนคุณครูต้องนำส่งโรงพยาบาลในที่สุด
นางพริ้มพราย สุภโปฎก ประธานกรรมการโรงเรียนไผทอุดมศึกษา เปิดเผยว่า หลังจากพบว่าเด็กมีอาการปวดหัว คลื่นไส้ อาเจียน ได้ส่งตัวเด็กนักเรียนทั้งหมดเข้าไปตรวจที่โรงพยาบาลวิภาวดี ให้แพทย์วินิจฉัยสาเหตุของอาการที่เกิดขึ้น โดยแพทย์ได้นำอาเจียนไปตรวจ และระบุในเบื้องต้นเกิดจากอาหารเป็นพิษ ยังไม่ทราบสาเหตุว่าเกิดจากอะไร แต่อาจเกิดจากข้าวมันไก่ที่เป็นอาหารกลางวันของโรงเรียน อาการที่พบเป็นนักเรียนระดับประถมศึกษาปีที่ 3-5 จำนวน 200 คน โดยมีอาการรุนแรงขั้นคลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย ไข้ขึ้นสูง จำนวน 20 คน ที่ยังนอนรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล ส่วนที่เหลือมีอาการคลื่นไส้ เวียนหัว เท่านั้น และแพทย์ให้กลับบ้านแล้ว อย่างไรก็ตาม โรงเรียนจะเป็นผู้รับผิดชอบต่อเรื่องดังกล่าวทั้งหมด

#1 By อั๊พ on 2005-08-07 09:06